ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา
  10. กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

BTS – Sentiment เชิงบวก vs. ความท้าทายหลัก – NEUTRAL (ราคาเป้าหมาย 5.90 บาท)

blog_list_heading
InnovestX Research
07 มิ.ย. 2567;
113
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ BTS โดยปรับราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ใหม่เป็น 5.9 บาท/หุ้น (4.1 บาท สำหรับธุรกิจหลัก และ 1.8 บาท สำหรับเงินลงทุน) จาก 9.6 บาท หลังจากตัดมูลค่าการต่อสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกจากราคาเป้าหมาย เนื่องจากเราเชื่อว่าการได้รับเงินชำระหนี้จำนวน 2.3 หมื่นลบ. จากทาง กทม. เมื่อไม่นานนี้ ทำให้สมมติฐานของเราใช้การไม่ได้อีกต่อไป นอกจากนี้ เรายังปรับมูลค่าเงินลงทุนใน BTSGIF ลดลงเพื่อสะท้อนราคาเป้าหมายใหม่ของเราด้วย แม้ว่าผู้บริหารได้ชี้แจงประเด็นหลักๆ ที่นักลงทุนวิตกกังวลในการประชุมครั้งล่าสุด แต่เราเชื่อว่ากำไรปกติ 1QFY68 ยังไม่น่าจะถึงจุดต่ำสุด การได้รับเงินชำระหนี้จากทาง กทม. อีก 3.6 หมื่นลบ. จะสร้าง sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้น แต่ไม่มีผลกระทบต่อราคาเป้าหมายของเรา เนื่องจากเราใช้สมมติฐานไว้แล้วว่าในที่สุดแล้วบริษัทจะได้รับเงินจำนวนนี้

สรุปผลประกอบการ 4QFY67 (ม.ค.-มี.ค. 2567) BTS รายงานกำไรสุทธิ 36 ลบ. ใน 4QFY67 ปรับตัวดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 4.8 พันลบ. ใน 3QFY67 และขาดทุนสุทธิ 222 ลบ. ใน 4QFY66 หากตัดรายการพิเศษออกไป พบว่ากำไรปกติอยู่ที่ 79 ลบ. ลดลง 45.1% QoQ แต่ดีขึ้นจากขาดทุนปกติ 38 ลบ. ใน 4QFY66 สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการอ่อนตัวลง QoQ เป็นผลมาจากรายได้จาก BTSGIF ที่ลดลงสู่ 125 ลบ. (-34.9% QoQ) รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงสู่ 1.3 พันลบ. (-14.6%) และรายได้จากธุรกิจ MIX (สื่อโฆษณา) ที่ลดลงสู่ 1.2 พันลบ. (-17.1% QoQ) โดยรวมแล้ว BTS มีขาดทุนสุทธิ 5.2 พันลบ. ในปี FY2567 จากกำไรสุทธิ 1.8 พันลบ. ในปี FY2566 กำไรปกติปี FY2567 อยู่ที่ 275 ลบ. ลดลง 85.9% YoY BTS ประกาศงดจ่ายเงินปันผล

ผู้บริหารชี้แจงประเด็นหลักๆ ที่นักลงทุนวิตกกังวล เราได้เข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ BTS เมื่อวานนี้ ผู้บริหารให้ความมั่นใจว่าโอกาสที่จะเห็นการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในปีนี้ค่อนข้างน้อยถ้าไม่ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กับ COVID-19 สำหรับการประกาศเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (general mandate) นั้น เป็นการประกาศเหมือนทุกปี และผู้บริหารกล่าวว่าไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเพิ่มทุนจริงๆ เนื่องจากบริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอ ในส่วนของหนี้ที่ทาง กทม. ยังค้างชำระอีก 3.6 หมื่นลบ. นั้น ผู้บริหารคาดว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาตัดสินในเดือนมิ.ย. หรือ ก.ค. ถ้าศาลฯ ตัดสินให้ BTS เป็นฝ่ายชนะ ทาง กทม. จะต้องชำระหนี้ภายใน 180 วัน

ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ยังอยู่ในระดับต่ำ หลังจาก TRIS ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ BTS จาก A- เป็น BBB+ และบริษัทรายงานผลประกอบการปี FY2567 ที่อ่อนแอ เราได้รับคำถามจากนักลงทุนว่าบริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรองรับการชำระคืนหุ้นกู้ที่กำลังจะหมดอายุหรือไม่ จากการประเมินของเรา BTS มีสินทรัพย์สภาพคล่องในมือ 4.22 หมื่นลบ. ณ เดือนมี.ค. 2567 แบ่งเป็นเงินสด 2.92 หมื่นลบ. (รวมเงิน 2.3 หมื่นลบ. ที่ทาง กทม. ได้ชำระหนี้มาแล้วในเดือนเม.ย.) และเงินลงทุนที่มีสภาพคล่อง 1.3 หมื่นลบ. สินทรัพย์สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวนมากเกินพอที่จะนำไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้ที่กำลังจะหมดอายุในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งมีมูลค่า 2.92 หมื่นลบ.

กำไรปกติรายไตรมาสยังไม่ถึงจุดต่ำสุด เราคาดว่ากำไรปกติ 1QFY68 (เม.ย.-มิ.ย. 2567) จะลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยน่าจะลดลงหลังจากทาง กทม. ชำระหนี้ให้กับ BTS มาแล้ว 2.3 หมื่นลบ. และบริษัทนำเงิน 1 หมื่นลบ. ไปชำระคืนหนี้ เราเชื่อว่าผลกระทบเชิงลบต่อ P&L จากประเด็นจะมีน้ำหนักมากกว่าการไม่มีส่วนแบ่งขาดทุนจาก KEX หลังจากกลุ่ม BTS (รวมถึง VGI) ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ใน KEX ออกไปเหลือแค่ 3% ในช่วงปลายเดือนมี.ค.

ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองฟื้นตัวช้า โดยรถไฟฟ้าสองสายนี้สร้างผลขาดทุนสุทธิ 400 ลบ. เมื่ออิงกับตัวเลขใน 4QFY67 ความเสี่ยงด้าน ESG สำหรับ BTS คือ ความน่าเชื่อถือในการให้บริการ

ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก  BTS240607_T

We keep our NEUTRAL rating with new SOTP-based TP of Bt5.9/sh (Bt4.1 for core business and Bt1.8 for investments) from Bt9.6 after removing our Green Line concession extension from the TP as we feel the BMA’s recent debt repayment of Bt23bn invalidates our assumptions. We also lower the value of its investment in BTSGIF to reflect our new TP. Although management addressed key market concerns in the recent meeting, we believe 1QFY25F core earnings will not be bottom. Another Bt36bn repayment from the BMA will be sentimentally positive to share price, but has no impact on our TP as we already assumed it would eventually be paid.

Recap of 4QFY24 (Jan–Mar 2024) results. BTS reported net profit of Bt36mn, improving from losses of Bt4.8bn in 3QF24 and Bt222mn in 4QFY23. Stripping out one-time items shows core profit of Bt79mn, down 45.1% QoQ, but up from loss of Bt38mn in 4QFY23. Behind the QoQ fall were drops in income from BTSGIF to Bt125mn (-34.9% QoQ), in interest income to Bt1.3bn (-14.6%) and in revenue from MIX (media) to Bt1.2bn (-17.1% QoQ). Overall, FY2024 saw a net loss of Bt5.2bn from Bt1.8bn profit in FY2023. Core profit was Bt275mn, plunging 85.9% YoY. BTS said it is not paying a dividend.

Management addressed key concerns. We attended BTS’ analyst meeting yesterday. Management said the chances of seeing an impairment on investment this year are small assuming no event such as a pandemic. The general mandate for capital raising routinely takes place every year but management says it has no intention to exercise this and that it has ample liquidity. For the remaining BMA debt of Bt36bn, management expects the Supreme Administrative Court’s ruling in June/July. If the ruling is in favor of BTS, BMA has 180 days to pay.

Default risk on its debenture is still low. After BTS credit rating was downgraded by TRIS to BBB+ from A- and after its weak FY2024 net profit, we have been asked by investors whether it still has enough liquidity to support the expiring debenture. Based on our estimates, BTS has Bt42.2bn liquid assets on hand as of Mar 2024: Bt29.2bn cash (including Bt23bn the BMA already paid in April) and Bt13bn liquid investments. This is more than enough to support the expiring debenture in the next three years which is worth Bt29.2bn.

Quarterly core profit not yet at bottom. We expect a slip QoQ in 1QFY25F (Apr–Jun 2024) as interest income will be lower after BMA pays Bt23bn and BTS uses Bt10bn to pay down debt. We believe the negative impact on the P&L from this will outweigh the absence of losses from KEX after the BTS group (including VGI) divested its stake to 3% in late March.

Risks and concerns. The slow ridership recovery in the Pink and Yellow lines where net loss will be Bt400mn for the quarter based on 4QFY24 numbers. ESG risk for BTS is service reliability.

 
Click here to read and/or download file BTS240607_E

กลับด้านบน