เปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศ ลงทุนทั่วโลกได้ง่าย ๆ ที่ InnovestX
โอกาสทำกำไรในตลาดหุ้นทั่วโลกกับ InnovestX สามารถซื้อขายหุ้นต่างประเทศ และ ETF ของบริษัทชั้นนำทั่วโลก มีให้ครบ 4 ทวีป ทั้ง อเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย กว่า 10,000 บริษัท เทรดได้หมดทั้งสหรัฐฯ ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เวียดนาม อังกฤษ ฝรั่งเศส และอื่น ๆ
พร้อมข้อมูลปัจจัยพื้นฐานปัจจัยเทคนิค และมุมมองคำแนะนำการลงทุนจาก InnovestX
4 ขั้นตอนเทรดหุ้นออนไลน์กับ InnovestX
เปิดบัญชีลงทุนในแอป Innovestx
ดาวน์โหลด InnovestX แอปซื้อหุ้นต่างประเทศแล้วกดปุ่มเริ่มต้นใช้งาน เพื่อเปิดบัญชีลงทุน คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีเปิดบัญชี
เติมเงินเข้าบัญชี
เติมเงินเข้าบัญชีบริหารเงินสด
แลกสกุลเงินต่างประเทศ
*สำหรับการแลกสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ(USD) ครั้งแรก ต้องสมัครบริการยื่นแบบภาษี W-8BEN
เริ่มลงทุนหุ้น
เลือกดูหุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจ และลงทุนซื้อหุ้นต่างประเทศได้เลย
Call Center 02-949-1999, 02-949-1234
ลงทุนกับ InnovestX
ช่องทางการลงทุนหุ้นต่างประเทศและ ETF ทั่วโลก
ข่าวสารและประกาศ

ประกาศ
Promotion
FAQs
เราสามารถเริ่มลงทุนหุ้นต่างประเทศผ่านวิธีใดได้บ้าง ?
หลายคนที่เริ่มลงทุนอาจจะมีคำถามว่าการลงทุนหุ้นต่างประเทศต้องเริ่มอย่างไร ยากไหม คำตอบคือ การลงทุนหุ้นต่างประเทศไม่ยากอย่างที่คิด โดยเราสามารถลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ 3 วิธีหลัก ๆ คือ
1. เปิดบัญชีผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์หุ้นต่างประเทศ อย่างโบรกเกอร์หุ้นอเมริกา
2. ลงทุนผ่านกองทุนรวม
3. ลงทุนใน DR ผ่านตลาดหุ้นไทย
แต่ไม่ว่าต้องการลงทุนหุ้นต่างประเทศในลักษณะไหน ก็สามารถซื้อผ่านแอป InnovestX ที่ให้บริการซื้อหุ้นต่างประเทศ กองทุนรวมหุ้นนอก การลงทุนใน DR รวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย*
หมายเหตุ* ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล และทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
เวลาเปิด-ปิดตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ที่สามารถลงทุนได้ผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX
ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาที่อยู่ในแอปพลิเคชัน InnovestX
1. New York Stock Exchange (NYSE)
2. New York Stock ARCA Stock Exchange (ARCA)
3. American Stock Exchange (AMEX)
4. NASDAQ (NASDAQ)
5. Bats BZX (BATS)
เวลาซื้อขายตามเวลาท้องถิ่นของตลาดหลักทรัพย์ประเทศสหรัฐอเมริกา
09.30 - 16.00 น.
เวลาซื้อขายตามเวลาประเทศไทย (มี.ค. - พ.ย.)
20.30 - 03.00 น.
เวลาซื้อขายตามเวลาประเทศไทย (พ.ย - มี.ค.)
21.30 - 04.00 น.
ตลาดที่รองรับการซื้อขายบนแอปพลิเคชัน InnovestX มีอะไรบ้าง ?
ลูกค้าสามารถซื้อขายหุ้นดังระดับโลกในตลาดสหรัฐ ฮ่องกง ญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร เยอรมนี แคนาดา ออสเตรเลียหรือตลาดระดับภูมิภาค และตลาดกำลังพัฒนา เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ สเปน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เบลเยี่ยม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ โปรตุเกส รวมถึงซื้อหุ้นเวียดนาม ก็สามารถลงทุนได้ เพราะ InnovestX รวมหุ้นจากกว่า 23 ประเทศ 31 ตลาดมาให้เลือกลงทุนได้ในแอปเดียว
เราสามารถดูจำนวนเงินที่ใช้ลงทุนหุ้นต่างประเทศได้อย่างไร?
ลูกค้าสามารถดูจำนวนเงินที่ใช้ลงทุนได้ โดยกดเลือกหุ้นที่ต้องการลงทุน และกดที่ปุ่ม (!) ด้านข้าง "Estimated Amount (USD)" ระบบจะแสดงรายละเอียดของจำนวนเงินลงทุน ดังนี้
1. Estimated stock value คือ มูลค่าของหุ้นที่ท่านจะซื้อ
2. Estimated commission, fees and VAT คือค่าธรรมเนียมการซื้อหุ้นที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
3. Reserved balance คือ เงินที่ต้องสำรองไว้ในบัญชี ในขณะที่ส่งคำสั่งซื้อหุ้นต่างประเทศ แต่เมื่อคำสั่งซื้อได้รับการจับคู่แล้ว ลูกค้าจะชำระเฉพาะมูลค่าของหุ้นที่จะซื้อ (Estimated stock value) และค่าธรรมเนียมการซื้อหุ้น (Estimated commission, fees and VAT) เท่านั้น
โดยเงินในส่วน Reserved balance จะไม่ได้ถูกเรียกเก็บ และลูกค้าสามารถนำไปซื้อหุ้นต่างประเทศตัวอื่น หรือถอดออกจากบัญชีได้
เวลาเปิด-ปิด ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ที่สามารถลงทุนได้ผ่าน InnovestX
ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงที่อยู่ในแอปพลิเคชัน InnovestX
Hong Kong Stock Exchange (HKEX)
เวลาซื้อขายตามเวลาท้องถิ่นของตลาดหลักทรัพย์ประเทศฮ่องกง 09.30 - 16.00 น.
เวลาซื้อขายตามเวลาประเทศไทย (มี.ค. - พ.ย.) 08.30 - 15.00 น.
สถานะการซื้อขายหุ้นต่างประเทศแต่ละสถานะมีความหมายว่าอย่างไร ?
ความหมายของสถานะคำสั่งซื้อขายหุ้นต่างประเทศ มีดังนี้
Open - คำสั่งซื้อขายเข้าสู่ระบบแล้ว และกำลังรอการจับคู่ซื้อขาย
Changed - คำสั่งซื้อขายได้รับการเปลี่ยนแปลง
Partially Matched - คำสั่งซื้อขายได้รับการจับคู่ซื้อขายแล้วบางส่วน
Matched - คำสั่งซื้อขายได้รับการจับคู่ซื้อขายแล้วทั้งหมด
Cancelled - คำสั่งซื้อขายได้รับการยกเลิก
Rejected - คำสั่งซื้อขายไม่สำเร็จ
Expired - คำสั่งซื้อขายหมดอายุ
ต้องมีจำนวนหุ้นฮ่องกง อย่างน้อยเท่าไร ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับปันผล ?
หุ้นฮ่องกงแต่ละตัวจะมีจำนวนหุ้นขั้นต่ำต่อออเดอร์ที่สามารถลงทุนได้แตกต่างกัน โดยนักลงทุนที่เปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศกับ InnovestX สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่แอป InnovestX กดไปที่รายการหุ้นที่สนใจ > ซื้อ > ด้านล่างของช่องจำนวนหุ้นจะมีขั้นต่ำแจ้งอยู่
ข้อดีในการซื้อหุ้นต่างประเทศมีอะไรบ้าง ?
1. สร้างโอกาสการทำกำไรจากหุ้นต่างประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูง
2. ได้รับผลตอบแทนสูงจากบริษัทชั้นนำของโลก
3. กระจายความเสี่ยงอันเนื่องมาจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองของไทย
4. สามารถลงทุนได้ในธุรกิจที่หลากหลายและเป็น Mega Trend ในปัจจุบัน
เราสามารถลงทุนหุ้นต่างประเทศได้อย่างไร?
เหล่านักลงทุนสามารถเริ่มเล่นหุ้นต่างประเทศได้ง่าย ๆ โดยการเปิดบัญชี Offshore กับ InnovestX เพียงกรอกข้อมูลเปิดบัญชีลงทุนให้ครบถ้วน เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ก็สามารถเติมเงิน แลกสกุลเงิน เสร็จสิ้นขั้นตอนเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศ
วิธีดูปันผลหุ้นสหรัฐฯ และฮ่องกง ทำอย่างไร ?
ลูกค้าสามารถดูปันผลหุ้นสหรัฐ และฮ่องกง โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เข้าสู่เว็บไซต์ InnovestX WebTrade https://trade.innovestx.co.th และ Login ด้วย Username & Password เดียวกับแอป InnovestX
2. เลือกเมนู 'Trade'
3. เลือก 'ประเทศสหรัฐฯ และฮ่องกง'
4. เลือกเมนู 'Portfolio' ที่ด้านบน และเลือกบัญชีที่ต้องการดูเงินปันผล
5. เลือก 'Corporrate Actions' และเลือก 'Dividends and Accruals'
ขั้นตอนซื้อหุ้นต่างประเทศต้องทำอย่างไร ?
สำหรับวิธีซื้อหุ้นต่างประเทศกับ InnovestX สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เข้าไปที่แอป InnovestX คลิก Invest แล้วเลือก "หุ้น"
2. กดเลือกหุ้นที่ต้องการซื้อ หรือกดไอคอนแว่นขยายเพื่อค้นหาหุ้นที่ต้องการ
3. หน้าจอจะแสดงรายละเอียดหุ้นตัวที่เลือก หากต้องการซื้อให้ส่งคำสั่งซื้อหุ้น โดยสามารถเลือกได้ทั้ง Limit Price และ Market Price
4. กรอกจำนวนเงิน หรือหุ้นที่ต้องการซื้อ
5. ตรวจสอบรายละเอียด
6. ใส่ PIN เพื่อยืนยัน จากนั้นหน้าจอจะยืนยันการทำรายการและบันทึกลงอัลบัมรูปภาพในสมาร์ตโฟนโดยอัตโนมัติ
ท่านสามารถอ่านขั้นตอนซื้อ-ขายหุ้นต่างประเทศอย่างละเอียด คลิก
ความแตกต่างระหว่าง H-Shares กับ A-Shares มีอะไรบ้าง ?
H-Shares และ A-Shares เป็นหุ้นทั้งสองประเภทที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจีน แต่มีความแตกต่างกันในแง่ของตลาดที่จดทะเบียนและนักลงทุนที่สามารถซื้อขายได้
A-Shares หมายถึงหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่และซื้อขายใน Shanghai Stock Exchange (SSE) หรือ Shenzhen Stock Exchange (SZSE) ในอดีต A-Shares มีไว้สำหรับนักลงทุนชาวจีนในประเทศเท่านั้น แต่ด้วยการเปิดโปรแกรม Qualified Foreign Institutional Investor (QFII) และโปรแกรม Stock Connect ทำให้นักลงทุนต่างชาติบางรายสามารถซื้อหุ้นจีนเหล่านี้ได้เช่นกัน
ในทางกลับกัน H-Shares คือหุ้นของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEx) และเปิดให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศสามารถเปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศเข้ามาซื้อหุ้นฮ่องกงได้ ซึ่งหุ้นเหล่านี้มักจะอยู่ภายใต้ข้อบังคับและข้อกำหนดในการรายงานที่แตกต่างกันเมื่อเทียบกับหุ้น A-Share
อยากเล่นหุ้นต่างประเทศอย่างหุ้นสหรัฐฯ ต้องซื้อขั้นต่ำกี่หุ้น ?
สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นอเมริกาแต่มีเงินเริ่มต้นลงทุนน้อย ก็สามารถลงทุนได้ เพราะจำนวนหุ้นขั้นต่ำต่อออร์เดอร์ที่สามารถลงทุนได้ ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ คือ 1 หุ้น เท่านั้น ส่วนการซื้อหุ้นต่างประเทศอื่น ๆ ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลจำนวนหุ้นขั้นต่ำได้ในแอป InnovestX โดยกดไปที่รายการหุ้นที่สนใจ
เวลาเปิด-ปิดตลาดหุ้นแต่ละประเทศ
W8BEN จำเป็นต้องสมัครก่อนซื้อหุ้นสหรัฐฯ หรือไม่ ?
กรณีที่ลูกค้ามี W8BEN ที่ยังไม่หมดอายุ ไม่จำเป็นต้องสมัคร W8BEN ใหม่ก็สามารถซื้อหุ้น US ได้ทันที
โดยหากลูกค้าที่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศอย่างหุ้นสหรัฐฯ แต่ไม่มี W8BEN หรือ W8BEN หมดอายุ จำเป็นต้องสมัคร W8BEN ก่อนทำการซื้อสกุลเงิน USD ผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX เพื่อสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
ในปัจจุบันสำหรับลูกค้าประเภทบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์สหรัฐฯ แต่ยังไม่เคยสมัครบริการ W8BEN หรือแบบ W8BEN ครบกำหนดต่ออายุแล้ว ทางบริษัทฯ จะอำนวยความสะดวกในการสมัครบริการ หรือ ต่ออายุ W8BEN ให้แก่ลูกค้าโดยอัตโนมัติ โดยอาศัยข้อมูลตามฐานข้อมูลลูกค้าที่บริษัทฯ มีอยู่ ดังนั้น ลูกค้าจึงควรปรับปรุงข้อมูลกับบริษัทให้เป็นปัจจุบันอยุ่เสมอเพื่อให้ได้รับบริการที่เป็นประโยชน์สูงสุด
คำเตือน “ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ อาจมีความเสี่ยงทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก”















