รวมรายชื่อ กองทุนตัวท็อปที่ต้องมีติดพอร์ต ที่คัดมาแล้วว่าดี ฟรีค่าธรรมเนียม Front-end fee ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 30 มิ.ย. 2569
1) กองทุน SCBS&P500A (ชนิดสะสมมูลค่า) และ SCBS&P500 (ชนิดจ่ายเงินปันผล) ลงทุนตามดัชนีหุ้นสหรัฐฯ S&P500 ที่อ้างอิงหุ้นขนาดใหญ่คุณภาพสูง 500 บริษัทแรกในสหรัฐฯ ซึ่งประเทศผู้นำที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำมากมาย
2) กองทุน SCBWORLD(A) ลงทุนตามดัชนีหุ้นโลกในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 23 ประเทศ ครอบคลุมหุ้นกว่า 2,300 บริษัท ช่วยกระจายความเสี่ยงไปยังบริษัทหลากหลายภูมิภาคและหลากหลายประเทศ
3) กองทุน LHGENHANCED-A ลงทุนแบบ Enhanced Strategy ที่ผสมผสานกลยุทธ์แบบ Passive 80% และสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มด้วยกลยุทธ์ Active อีก 20% จากทีมผู้เชี่ยวชาญไว้ในเพียงกองทุนเดียว
4) กองทุน KKP GNP-H (ชนิด FX Hedged) และ KKP GNP (ชนิด FX Unhedged) กระจายลงทุนในหุ้นบริษัทข้ามชาติทั่วโลกที่มีความมั่นคงและเติบโตสูง บริหารด้วยทีมผู้จัดการกองทุนที่มากประสบการณ์กว่า 10 ท่าน
5) กองทุน PRINCIPAL GOPP-A ลงทุนแบบเชื่อมั่นในหุ้นทั่วโลกจำนวนน้อยตัวที่มีโอกาสเติบโตสูง และมีความสามารถในการปรับตัวตามภาวะการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก





Source: IVV as of 28 Nov 2025; URTH as of 22 Dec 2025; Capital Group as of 30 Nov 2025; PRINCIPAL as of 30 Nov 2025.
- ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P500 ETF (IVV) ที่มีขนาดกองทุนราว 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (Sep 2025) มีการกระจายการลงทุนครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่ 500 บริษัทในสหรัฐฯ ซึ่งครอบคลุมหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มเทคโนโลยีกลุ่มการเงิน กลุ่มสุขภาพ และกลุ่มบริโภค เป็นต้น
- การลงทุนใน IVV เสมือนได้ถือหุ้น 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ในกองเดียวประกอบด้วยหุ้นชั้นนำที่มีชื่อเสียงมากมายและเป็นผู้นำตลาดในด้านต่างๆ เช่น Apple, Microsoft, Alphabet, Amazon, Meta, Nvidia และ Tesla เป็นต้น
- กองทุนหลักมีลักษณะการบริหารแบบ Passive Managed โดยมีอัตราค่าใช้จ่ายรวมที่ต่ำมากเพียง 0.03% ต่อปี ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่ากองทุนที่เป็นประเภท Active Managed
- ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก (Dec 2025):
- 1 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 17.85% ต่อปี
- 3 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 22.97% ต่อปี
- 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 14.39% ต่อปี
- ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อกองทุน (Front-end Fee) = 0.00% สำหรับช่วงโปรโมชันเมื่อซื้อผ่าน InnovestX (จากปกติ 0.50%)

- ลงทุนในกองทุนหลัก iShares MSCI World ETF โดยกระจายลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว DM (MSCI Developed Markets) รวม 23 ประเทศ
- มีการกระจายสัดส่วนการลงทุนในครบทั้ง 11 กลุ่มอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีกระจายการลงทุนในหุ้นกว่า 1,300 ตัว
- เหมาะสำหรับการลงทุนหุ้นโลกในระยะยาว เนื่องจากเป็นการลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีความมั่นคง มีความโปร่งใส และมีสภาพคล่อง
- ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก (Dec 2025):
- 1 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 21.28% ต่อปี
- 3 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 21.29% ต่อปี
- 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 12.30% ต่อปี
- ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อกองทุน (Front-end Fee) = 0.00% สำหรับช่วงโปรโมชันเมื่อซื้อผ่าน InnovestX (จากปกติ 0.50%)

- กองหุ้นโลกที่ผสมผสานข้อดีของกลยุทธ์แบบ Passive และ Active ไว้ในกองทุนเดียว ด้วยวิธีบริหารแบบ "Enhanced Strategy“
- มุ่งสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงด้วยกลยุทธ์แบบ Passive Management โดยสัดส่วน 80% ลงทุนในกองทุนหลัก iShares MSCI World ETF ที่กระจายลงทุนในหุ้นมากกว่า 1,300 บริษัท ครอบคลุมบริษัทชั้นนำระดับโลกในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
- และโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าดัชนีด้วยกลยุทธ์การบริหารแบบ Active Management อีก 20% ลงทุนในหุ้นรายตัวหรือ ETF รายอุตสาหกรรม/ประเทศ/ธีมการลงทุน จากทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้วยการวิเคราะห์เชิงลึกผ่านทั้งมุมมองทั้งด้านมหภาคและการวิเคราะห์รายบริษัท
- จากข้อมูลผลการทดสอบย้อนหลังกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ยปีละ 15% ในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (Backtest data as of 30 September 2025)
- ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อกองทุน (Front-end Fee) = 0.00% สำหรับช่วงโปรโมชันเมื่อซื้อผ่าน InnovestX (จากปกติ 1.00%)

- ลงทุนในกองทุนหลัก Capital New Perspective ที่ลงทุนในหุ้น Global Champions
- บริหารด้วยทีมผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่จำนวน 10 คน ประสบการณ์เฉลี่ย 31 ปี มีวิธีการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up ในบริษัทระดับโลกที่มั่นคง มีแนวโน้มเติบโตสูง และอยู่ใน
เทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลก
- พอร์ตการลงมีการกระจายตัวที่ดี มีความยืดหยุ่น และมีความสมดุล โดยปัจจุบันมีการกระจายตัวอย่างดีของหุ้นคุณภาพสูงทั่วโลกกว่า 250 ตัว
- มี Track Record ของกลยุทธ์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1973 โดยสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 12.3% เทียบกับดัชนี MSCI ACWI ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 8.9% (Nov 2025)
- ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก (Dec 2025):
- 1 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 20.72% ต่อปี
- 3 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 20.38% ต่อปี
- 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 8.71% ต่อปี
- ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อกองทุน (Front-end Fee) = 0.00% สำหรับช่วงโปรโมชันเมื่อซื้อผ่าน InnovestX (จากปกติ 1.25%)

- ลงทุนในกองทุนหลัก Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Fund ที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีคุณภาพดีและเติบโตสูง 33 บริษัท
- กองทุนถูกบริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนกว่า 24 ปี ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนอีกกว่า 22 ท่าน
- คัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up และ High Conviction ในบริษัทที่มีความสามารถในการปรับตัวตามภาวะการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก มีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ มีความแข็งแกร่งทางการเงิน และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
- ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก (Dec 2025):
- 1 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 12.16% ต่อปี
- 3 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 29.38% ต่อปี
- 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 4.89% ต่อปี
- ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อกองทุน (Front-end Fee) = 0.00% สำหรับช่วงโปรโมชันเมื่อซื้อผ่าน InnovestX (จากปกติ 1.50%)

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บลจ. และบริษัทฯ กำหนด: สำหรับกองทุนที่ร่วมรายการ การแสดงข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมในแอป InnovestX และ Fund Fact Sheet จะยังคงแสดงเป็นค่าธรรมเนียมปกติแต่ในขั้นตอนซื้อผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม Front-end fee แบบอัตโนมัติ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนของกองทุนรวมมีลักษณะเฉพาะ ผู้ลงทุนสามารถขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโเวสท์ เอกซ์
คำเตือน: กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์