Derivatives

Futures คืออะไร? เข้าใจการทำงานของสัญญา TFEX แบบง่ายในบทความเดียว

17 Mar 26 10:25 AM
รู้จักผลิตภัณฑ์ลงทุน3
สรุปสาระสำคัญ

Futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงสินทรัพย์หนึ่ง ๆ และผู้ลงทุนสามารถซื้อขายผ่านตลาดได้ก่อนครบกำหนด

ผู้ลงทุนสามารถเปิดสถานะได้ทั้ง Long และ Short จึงสามารถวางกลยุทธ์ได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง

การซื้อขาย Futures ใช้ เงินวางหลักประกัน (Margin) ไม่ต้องจ่ายเต็มมูลค่าสัญญา

การคำนวณกำไรขาดทุนของสถานะจะเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดระหว่างวันตลอดเวลาที่ตลาดเปิด และระบบ Mark to Market จะใช้ปรับมูลค่าสถานะประจำวันเมื่อสิ้นวัน

ก่อนกดซื้อขาย ต้องรู้ให้ชัดอย่างน้อย 4 เรื่อง: สินค้าอะไร, หมดอายุเดือนสัญญาอะไร, ราคาเท่าไร, จำนวนกี่สัญญา

หลังจากตอนแรกเราได้รู้แล้วว่า TFEX คือ “ตลาดของสัญญา” ไม่ใช่ตลาดที่ซื้อสินทรัพย์จริง คำถามต่อมาที่สำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่ก็คือ แล้ว Futures ซึ่งเป็นสินค้าหลักใน TFEX มันทำงานอย่างไรกันแน่ ถ้าเรากดซื้อหรือกดขาย 1 สัญญา เรากำลังทำอะไรอยู่ และกำไรขาดทุนของเรามาจากอะไร

คำตอบแบบสั้นที่สุดคือ Futures คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันวันนี้ว่าจะซื้อหรือขายสินค้าอ้างอิงในอนาคตที่ราคาซึ่งกำหนดไว้ในปัจจุบัน และในการซื้อขายผ่าน TFEX ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องถือสัญญาไปจนถึงวันครบกำหนดเสมอไป แต่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันในตลาดได้ก่อน กำไรขาดทุนมาจากส่วนต่างราคาที่ทำการซื้อหรือขายสัญญาสินค้าอ้างอิงนั้น

สิ่งที่ทำให้ Futures น่าสนใจคือ มันถูกใช้ได้ทั้งเพื่อ หาโอกาสทำกำไรจากการขึ้นลงของราคา และเพื่อ บริหารความเสี่ยงของพอร์ต และในตลาด TFEX ส่วนใหญ่สัญญา Futures ที่ซื้อขายกันไม่ได้จบด้วยการรับส่งมอบสินค้าอ้างอิงจริง แต่เป็นการชำระกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างของราคาแทน

 

Futures คืออะไรในภาษาคนทั่วไป

 

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่าย Futures คือ “ข้อตกลงเรื่องราคา” มากกว่าจะเป็น “การซื้อของจริงทันที” กล่าวคือ ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันล่วงหน้าว่า จะซื้อหรือขายสินค้าอ้างอิงกันในอนาคตที่ราคาใด และระหว่างทางสัญญานี้สามารถถูกซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดได้ตลอด จึงทำให้คนที่เข้ามาในตลาด Futures จำนวนมากไม่ได้ต้องการถือไปจนถึงวันส่งมอบ แต่ต้องการใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาแทน

 

ตัวอย่างให้เห็นภาพแบบง่ายที่สุดคือ คุณไม่ได้จำเป็นต้อง “อยากได้ของ” ถึงจะเข้ามาเทรด Futures ได้ เพราะสิ่งที่คุณกำลังสนใจจริง ๆ คือ ถ้าราคาเคลื่อนไหวไปในทางที่คุณคาด คุณจะได้กำไร และถ้าเคลื่อนไหวสวนทาง คุณจะขาดทุน นี่คือแก่นของการทำงานของ Futures ในมุมของนักลงทุนทั่วไป

 

Long กับ Short คืออะไร ทำไม Futures ถึงทำกำไรได้ทั้งขึ้นและลง

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ Futures คือการเปิดสถานะได้ 2 ฝั่ง คือ Long Position และ Short Position โดยฝั่ง Long คือการอยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาปรับขึ้น ส่วนฝั่ง Short คือการอยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาปรับลง

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมองว่าราคาสินค้าอ้างอิงมีแนวโน้มขึ้น คุณอาจเลือกเปิด Long แต่ถ้าคุณมองว่าราคามีโอกาสลง คุณก็สามารถเปิด Short ได้ ต่างจากวิธีคิดของนักลงทุนหุ้นจำนวนมากที่คุ้นกับการซื้อก่อนเพื่อหวังขายแพงกว่าในภายหลังเป็นหลัก

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงมอง Futures เป็นเครื่องมือที่ “ยืดหยุ่น” กว่าการลงทุนแบบเดิม เพราะมันเปิดทางให้วางแผนกับตลาดได้มากกว่าหนึ่งทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการเก็งกำไรหรือการใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยง

 

แล้วกำไรขาดทุนของ Futures มาจากอะไร

หัวใจสำคัญของ Futures คือ กำไรหรือขาดทุนเกิดจากส่วนต่างของราคา ระหว่างจุดที่เราเปิดสถานะกับจุดที่ราคาขยับไปหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิด Long หรือ Short ก็ตาม และใน TFEX ส่วนใหญ่จะชำระกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างราคานี้ มากกว่าการรับส่งมอบสินค้าอ้างอิงจริง

 

ถ้าจะคิดแบบง่าย ๆ กำไรขาดทุนของ Futures ขึ้นอยู่กับ 3 เรื่องรวมกัน คือ
1) ราคาเปลี่ยนไปกี่หน่วย
2) สัญญานั้นมีมูลค่าต่อการขยับราคาเท่าไร
3) คุณถือกี่สัญญา

 

ยกตัวอย่างแบบเป็นกลางโดยไม่ผูกกับสินค้าใดสินค้าหนึ่ง:
ถ้าสัญญานั้นมีมูลค่า 200 บาทต่อ 1 จุด และราคาขยับจากจุดที่คุณเปิดสถานะไป 10 จุด ผลกระทบต่อ 1 สัญญาก็คือ 2,000 บาท ถ้าคุณถือ 2 สัญญา ผลกระทบก็จะคูณเป็น 4,000 บาท หลักคิดจึงไม่ใช่แค่ “ทายถูกไหม” แต่คือ “ขยับเท่าไร และเราถือใหญ่แค่ไหน” ด้วย

นี่เป็นเหตุผลที่มือใหม่ควรเลิกดูแค่ราคาบนหน้าจอ แล้วเริ่มถามเพิ่มว่า ราคาขยับ 1 ช่อง มีมูลค่าจริงกี่บาทสำหรับสัญญานั้น เพราะคำถามนี้สำคัญต่อการคุมความเสี่ยงมาก

 

Futures 1 สัญญา มีองค์ประกอบอะไรที่ต้องรู้

ก่อนจะส่งคำสั่งซื้อขาย Futures ผู้ลงทุนควรรู้รายละเอียดสำคัญของสัญญาอย่างน้อย 4 อย่าง คือ
สินค้าอะไร, เดือนสัญญาอะไร, ราคาที่ต้องการซื้อขายเท่าไร, และจำนวนกี่สัญญา เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งซื้อขายในตลาด TFEX โดยตรง

 

ในมุมของมือใหม่ องค์ประกอบที่ควรทำความคุ้นเคยมีดังนี้

1) สินค้าอ้างอิง

Futures แต่ละตัวไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะแต่ละสัญญาอ้างอิงสินทรัพย์คนละประเภท เช่น ดัชนีหุ้น ทองคำ ค่าเงิน หรือสินค้าอื่น ๆ ดังนั้นพฤติกรรมราคาและปัจจัยขับเคลื่อนก็ย่อมต่างกัน

 

2) เดือนสัญญา

Futures มีอายุของสัญญา ผู้ลงทุนจึงต้องรู้ว่ากำลังซื้อขายสัญญา “เดือน” ไหน ไม่ใช่ดูแค่ชื่อสินค้าอย่างเดียว เพราะสัญญาคนละเดือนอาจมีสภาพคล่องต่างกันและมีวันสิ้นสุดไม่เหมือนกัน

 

3) มูลค่าต่อการขยับราคา

นี่คือหัวใจของการคำนวณความเสี่ยงจริง เพราะต่อให้ราคาขยับเท่ากัน สัญญาคนละประเภทก็อาจให้ผลกระทบต่อพอร์ตต่างกันมาก มือใหม่จึงไม่ควรดูแค่ “จุด” หรือ “tick” แต่ต้องแปลให้เป็น “กี่บาท” ด้วยเสมอ

 

4) จำนวนสัญญา

จำนวนสัญญาคือปัจจัยที่ขยายผลของกำไรและขาดทุนโดยตรง ต่อให้คุณมองทิศทางถูก แต่ถ้าถือจำนวนสัญญามากเกินไป ความผันผวนระหว่างทางก็อาจสร้างแรงกดดันเกินกว่าที่รับไหว

 

ถ้าคุณเคยเทรดหุ้นมาก่อน...

คุณอาจเข้าใจเรื่องกราฟ ทิศทางราคา และการส่งคำสั่งอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ดีมาก แต่สิ่งที่ต่างจากหุ้นอย่างชัดเจนคือ ใน Futures คุณไม่ได้คิดแค่ “ซื้อกี่หุ้น ราคาเท่าไร” แต่ต้องคิดเพิ่มเรื่อง มูลค่าต่อการขยับราคา, จำนวนสัญญา, Margin และวันหมดอายุของสัญญา ไปพร้อมกัน

ข้อควรระวังสำหรับคนที่ย้ายจากหุ้นมา TFEX คือ ใช้วิธีคิดเรื่อง “ขนาดการลงทุน” แบบเดิมมาประเมินความเสี่ยงใน Futures ทั้งที่การใช้ Margin ทำให้ความผันผวนกระทบพอร์ตได้เร็วกว่ามาก ดังนั้นสิ่งที่ควรเปลี่ยนไม่ใช่แค่สินค้าที่เทรด แต่คือวิธีคิดเรื่อง “ขนาดความเสี่ยงต่อครั้ง” ด้วย

 

ทำไม Futures ถึงใช้เงินไม่เต็มมูลค่าสัญญา

การซื้อขาย Futures ใน TFEX ใช้ระบบ เงินวางหลักประกัน หรือ Margin ผู้ลงทุนจึงไม่ต้องจ่ายเต็มมูลค่าสัญญาตั้งแต่ต้น แต่ต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อยเท่ากับหลักประกันขั้นต้นของสินค้านั้นก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย

จุดที่มือใหม่ต้องเข้าใจคือ การใช้เงินน้อยกว่ามูลค่าสัญญาไม่ได้แปลว่าเสี่ยงน้อยลง ตรงกันข้าม มันทำให้ผลของการขึ้นลงของราคา “กระทบเงินเราไวขึ้น” เพราะเรากำลังควบคุมสัญญาที่มีมูลค่าสูงกว่าจำนวนเงินสดที่วางไว้เริ่มต้น

 

Mark-to-Market คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับคนเทรด Futures

เมื่อคุณมีสถานะอยู่ใน TFEX ทุกสิ้นวันทำการจะมีการปรับยอดเงินหลักประกันให้สะท้อนกำไรขาดทุนล่าสุดผ่านระบบ Mark-to-Market ถ้าคุณมีกำไร เงินกำไรจะถูกโอนเข้าพอร์ต แต่ถ้าคุณขาดทุน เงินก็จะถูกหักออกจากพอร์ต ทำให้ยอดเงินในพอร์ตเปลี่ยนไปตามภาวะตลาดทุกวัน

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Futures ไม่ใช่ตลาดที่ดูแค่ “ทิศทางสุดท้าย” อย่างเดียว แต่ต้องใส่ใจกับความผันผวนระหว่างทางด้วย เพราะแม้สุดท้ายคุณอาจมองถูก แต่ถ้าระหว่างวันหรือระหว่างทางพอร์ตถูกกดลงแรงจากความผันผวนของราคามากเกินไป ก็อาจเกิดแรงกดดันจนกระทบเกณฑ์การรักษาระดับเงินวางหลักประกันได้

 

ก่อนกดเทรด Futures มือใหม่ควรถามตัวเองอะไรบ้าง

ก่อนเข้าเทรด Futures จริง ๆ ลองถามตัวเอง 4 ข้อนี้ก่อน

เรากำลังเทรดสินค้าอะไร

อย่าเพิ่งดูแค่ชื่อย่อหรือกราฟ เพราะสินค้าอ้างอิงแต่ละแบบมีธรรมชาติไม่เหมือนกัน

 

เรารู้หรือยังว่าราคา 1 ช่อง มีมูลค่าเท่าไร

นี่คือคำถามสำคัญที่สุดสำหรับการคุมความเสี่ยง แต่คนเริ่มต้นมักข้ามไปก่อนเสมอ

 

เรากำลังซื้อขายเดือนสัญญาไหน

การดูผิดเดือนสัญญาเป็นข้อผิดพลาดพื้นฐานที่เกิดขึ้นได้จริง โดยเฉพาะในคนที่ยังไม่คุ้นกับโครงสร้าง Futures

 

ถ้าผิดทาง เราจะออกตรงไหน

เพราะ Futures ใช้ Margin และมี Mark-to-Market การไม่มีแผนออกจึงอันตรายกว่าที่หลายคนคิด

 

คำถามที่พบบ่อย

Futures ต้องถือจนหมดอายุไหม

ไม่จำเป็น ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้ผ่านตลาดก่อนถึงวันครบกำหนด

 

Futures ได้กำไรตอนราคาลงได้ไหม

ได้ ถ้าผู้ลงทุนเปิดสถานะ Short และราคาปรับลงตามที่คาด

 

Futures ใช้เงินเริ่มต้นน้อยกว่าหุ้นหรือไม่

โดยหลักการใช่ เพราะใช้เงินวางหลักประกัน ไม่ต้องจ่ายเต็มมูลค่าสัญญาตั้งแต่แรก แต่ก็ทำให้ความเสี่ยงขยายได้เร็วขึ้นด้วย

 

Futures ต้องเปิดบัญชีแยกจากหุ้นไหม

ต้องเปิดแยกจากบัญชีหุ้น การซื้อขาย Futures หรือ Options ต้องเปิดบัญชีอนุพันธ์ผ่านโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกของ TFEX และบัญชีอนุพันธ์เป็นคนละบัญชีกับบัญชีหุ้น

 

สรุป

ถ้าจะสรุป Futures ให้เข้าใจง่ายที่สุด Futures คือ “สัญญา” ที่ทำให้คุณเข้าไปมีส่วนได้เสียกับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าอ้างอิง โดยเปิดสถานะได้ทั้งฝั่งขึ้น และฝั่งลง ใช้เงินวางหลักประกันแทนการจ่ายเต็มมูลค่า และมีการปรับกำไรขาดทุนทุกสิ้นวันผ่าน Mark-to-Market

 

ดังนั้น การเริ่มต้นที่ดีไม่ได้อยู่ที่การรีบหาว่า “ตัวไหนน่าเล่น” แต่อยู่ที่การเข้าใจก่อนว่า 1 สัญญาคืออะไร, ราคาขยับ 1 ช่องกระทบเงินจริงเท่าไร, และถ้าตลาดไม่เป็นไปตามที่คิด เราจะรับมือยังไง นี่คือพื้นฐานที่จะทำให้ Futures กลายเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ความเสี่ยงที่เราไม่เข้าใจ

 

ตอนถัดไป เราจะต่อด้วยหัวข้อที่มือใหม่ควรรู้ที่สุดก่อนเริ่มจริง:
“Margin กับ Leverage คืออะไร และทำไมมันถึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน”

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

  1. SET Invest Now — Futures และ Options คืออะไร
  2. TFEX — วิธีเริ่มต้นซื้อขายอนุพันธ์และองค์ประกอบของคำสั่งซื้อขาย

 

🚀 ลงทุน TFEX เข้าถึงโอกาสทำกำไรในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว

เพียงแค่เปิดบัญชีกับ InnovestX และ Activate บัญชี TFEX

  1. เปิดบัญชี InnovestX 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
  2. Activate TFEX: อ่านขั้นตอนการเปิดใช้บริการ 👉 https://www.innovestx.co.th/products/derivatives/product-tfex

⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนการซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชั่น มีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อนให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญจังไม่เหมาะสมกับบุคคลทุกคน ก่อนตัดสินใจซื้อขายฟิวสเจอร์สและออปชั่น ท่านควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงินวัตถุประสงค์การลงทุน ตลอดจนความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้อย่างรอบคอบเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจสุญเสียเงินลงทุนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5