PDF Available  
Company Update

ACE - ผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่ยังขาดปัจจัยกระตุ้น

By ชัยพัชร ธนวัฒโน|2 Jun 26 6:59 AM
สรุปสาระสำคัญ

ราคาหุ้น ACE เคลื่อนไหวในกรอบแคบตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และยังคงปรับตัว underperform ตลาดด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ซึ่งสะท้อนถึงโมเมนตัมระยะสั้นที่อ่อนแอ แม้ว่าการขยายกำลังการผลิตยังคงเป็นไปตามแผนและผลประกอบการ 1Q69 ออกมาแข็งแกร่งก็ตาม ทั้งนี้แม้เราคาดว่ากำลังการผลิตจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 18% ในปี 2569–2570 และเป้าหมายด้าน ESG ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ตลาดมีแนวโน้มที่จะยังไม่ให้ความสนใจ ACE จนกว่าจะมีปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ เกิดขึ้น เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ ACE ด้วยราคาเป้าหมาย 1.50 บาท (สิ้นปี 2569) อ้างอิง EV/EBITDA ปี 2569 ที่ 8 เท่า (-1.5SD)

สรุปผลประกอบการ 1Q69 ACE รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 314 ลบ. เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 47% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของมาร์จิ้นและกำไรทางการเงิน (ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง รวมถึงกำไรจากตราสารอนุพันธ์และอัตราแลกเปลี่ยน) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนกำไร โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 151% YoY มาอยู่ที่ 101 ลบ. หลังจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์รูฟท็อปแห่งใหม่ ซึ่งช่วยหนุนให้มาร์จิ้นของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 31.8% โรงไฟฟ้าขยะชุมชนมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นเช่นกันจากประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม SPP อ่อนตัวลงจากกำลังการผลิตและอัตราค่าไฟฟ้าที่ลดลง นอกจากนี้ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนยังช่วยหนุนกำไรด้วยเช่นกัน

 

ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีจำกัด ผู้บริหารยืนยันว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานเพียงเล็กน้อย โดยจำกัดอยู่แค่ต้นทุนวัตถุดิบชีวมวลที่เพิ่มขึ้น 3–4% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นบางส่วนในอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ลดลงจาก 28% ใน 4Q68 มาอยู่ที่ 26.3% ใน 1Q69 ส่วนวัตถุดิบของโรงไฟฟ้าทุกประเภทในพอร์ตของบริษัท รวมถึงการจัดหาก๊าซธรรมชาติ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มาร์จิ้นของ ACE ได้รับการคุ้มครองตามสัญญาแบบ take-or-pay หากเกิดการหยุดเดินเครื่องจากการหยุดชะงักของก๊าซ ความสามารถในการทำกำไรจะยังคงได้รับการคุ้มครองตราบใดที่โรงไฟฟ้ายังมีความพร้อมในการเดินเครื่อง

 

แผนการขยายกำลังการผลิตและอุปสรรคในการดำเนินงาน แม้ว่ากำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการแล้วมีแนวโน้มขยายตัวที่ CAGR 18% ในปี 2569–2570 โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่แนวโน้มการเติบโตโดยรวมเริ่มชะลอลง กำลังการผลิตรวมที่ทำสัญญาแล้วคาดว่าจะค่อยๆ ลดลงเนื่องจากไม่มีโครงการใหม่ๆ เข้ามาเติมใน pipeline และการเตรียมยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพขนาด 59MW ที่ล่าช้า ซึ่งอุปสรรคในการดำเนินงานทำให้เกษตรกรคู่สัญญาเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทนการปลูกพืชเพื่อส่งป้อนโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ขณะเดียวกัน ACE อยู่ระหว่างการพิจารณาโอกาสการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ใหม่ๆ เพื่อชดเชยการชะลอตัวดังกล่าว แต่ผู้บริหารยังคงมีท่าทีที่ระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากความท้าทายในการบูรณาการธุรกิจที่เคยประสบมาจากการซื้อกิจการในอดีต

 

โรงไฟฟ้าขยะชุมชนจะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรหลังปี 2570 โรงไฟฟ้าขยะชุมชนจะกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักหลังปี 2570 โดยใช้ประโยชน์จากผลงานที่พิสูจน์แล้วของ ACE ในจังหวัดขอนแก่นและกระบี่เพื่อคว้าสัมปทานจากเทศบาลเพิ่มเติม กลยุทธ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากการได้รับสิทธิในโครงการใหม่ล่าสุด 6 โครงการ รวม 59.4MW ในแง่การเงิน กลุ่มโรงไฟฟ้าขยะชุมชนยังคงสร้างผลกำไรสูง โดยให้อัตรากำไรขั้นต้นที่ 34% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แม้จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งสูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทที่ 30% เมื่อมองไปข้างหน้า ผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกว่าการสรุปแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่จะเปิดโอกาสให้เกิดโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่เพิ่มเติม ซึ่งจะสร้างโอกาสการเติบโตในระยะถัดไป

 

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความล่าช้าในการก่อสร้างและเปิดดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในแผนงาน 2) ต้นทุนวัตถุดิบของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลสูงกว่าคาด 3) ต้นทุนการลงทุนสูงกว่าคาด และผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าคาด และ 4) การเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล 

 

Solid results, but lacks triggers

 

ACE shares have moved in a narrow range with thin trading volume over the past three months, still underperforming the SET, despite the fact that capacity expansion remains on track and 1Q26 performance was strong. Although we expect capacity growth of 18% CAGR through 2026–2027 with intact ESG goals, market interest is likely to remain muted until new catalysts emerge. We stay NEUTRAL with a TP of Bt1.50 (end-2026), based on 8x 2026F EV/EBITDA (-1.5SD).

 

1Q26 results recap. ACE reported 1Q26 net profit of Bt314mn, up 39% YoY and 47% QoQ on margin expansion and financial gains (lower interest expense and gain from derivatives and FX). Solar power funneled in the most profit, with gross profit up 151% YoY to Bt101mn following COD of new ground‑mounted and rooftop projects, lifting group margin to 31.8%. MSW power plants also saw stronger profitability from improved efficiency, while biomass and SPP Cogen segments softened on lower capacity and tariffs. Lower finance costs and FX gains further supported earnings.

 

Minimal impact from Middle East war. Management says the Middle East conflict has had little impact on operations, limited to a 3–4% increase in biomass feedstock costs from higher transportation rates. This is behind the slide in the gross margin of this segment to 26.3% in 1Q26 from 28% in 4Q25. Feedstock of all types of power plants in its portfolio, including natural gas availability, remain entirely unaffected. Notably, for the gas-fired cogeneration plant, margins are contractually protected by take-or-pay structures; if gas supply disruptions force the plant to idle, profitability is insulated as long as operational readiness is maintained.

 

Capacity growth pipeline and execution drags. While operational capacity is set to expand at a 18% CAGR through 2026–2027, backed by biomass and municipal solid waste (MSW) projects, the broader growth outlook is slowing. Total committed capacity is expected to decline gradually due to an empty organic pipeline and the pending termination of 59MW from delayed biogas projects, where execution bottlenecks led contracted farmers to shift to growing other crops rather than feedstock for biogas production. ACE is evaluating new M&A opportunities to offset this slowdown, but management maintains a highly cautious stance due to integration challenges experienced in previous acquisitions.

 

MSW to drive post 2027 earnings. MSW is expected to become the primary growth driver after 2027, leveraging ACE’s proven track record in Khon Kaen and Krabi to secure additional municipal concessions. This strategy is supported by the recent award of six projects totaling 59.4MW. Financially, the MSW segment remains highly lucrative, delivering a 34% gross margin over the past 12 months despite the transition to a feed-in-tariff (FiT) scheme, outperforming its blended gross margin of 30%. Management believes finalization of Thailand’s new power development plan (PDP) will unlock new utility-scale renewable projects, creating further growth.

 

Key risks. 1) Delays in construction and startup of power projects in the pipeline, 2) higher feedstock cost for biomass plants, 3) higher investment costs and lower investment returns than expected, and 4) changes in government policy on renewable energy.

 

Download EN version click >> ACE260602_E.pdf

Stocks Mentioned
ACE.BK
Author
Slide12
ชัยพัชร ธนวัฒโน

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5