PDF Available  
Special Report - Thai Stocks

กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย – หากศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินคดีภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์คืนนี้

9 Jan 26 7:29 AM
สรุปสาระสำคัญ

ภายใต้สถานการณ์ศาลสูงสุดสหรัฐอาจตัดสินคดีนโยบายเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มของ ปธน. ทรัมป์ในคืนนี้ กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและคาดศาลสูงสุดสหรัฐจะตัดสินให้ ปธน. แพ้คดีตามที่ตลาดประเมิน แนะนำ “เก็งกำไรรอบสั้นหรือลุ้นเปิดกระโดดวันจันทร์หน้า” สำหรับหุ้นที่คาดจะได้ Sentiment บวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้นหรือปลดล็อกจากมาตรการเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐก่อนที่ ปธน. ทรัมป์จะหาทางเก็บภาษีจากกฎหมายใหม่ อาทิ กลุ่มนิคม (AMATA WHA FTREIT) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (TU ITC) กลุ่มยาง (STA STGT NER) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำ “ทยอยซื้อสะสมในช่วงที่ตลาดผันผวน” ใน 2 ธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) หุ้นปลอดภัยที่รายได้อิงในประเทศเป็นหลัก แนะนำ ADVANC BDMS CPALL TRUE และ 2) หุ้นปันผลคุณภาพดี (High Dividend) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% แนะนำ AP BAM KBANK SAT TLI

  • ล่าสุดมีข่าวว่า วันศุกร์ที่ 9 ม.ค. นี้ (22.00 เวลาไทย) ศาลสูงสุดสหรัฐอาจตัดสินคดีนโยบายเก็บภาษีศุลกากรของ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าชอบด้วยกฎหมาย "อำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉิน" (IEEPA) หรือไม่ ซึ่งเบื้องต้น InnovestX ประเมินคำตัดสินเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้ (ล่าสุดตลาดพนันถูกกฎหมาย เช่น Kalshi และ Polymarket ประเมินว่า ปธน.ทรัมป์มีโอกาสชนะคดีเพียง 30% และ 23% ตามลำดับ)

    1) ปธน. ทรัมป์ แพ้คดี : ศาลฯ ตัดสินว่าการใช้อำนาจภายใต้ IEEPA เพื่อเก็บภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ เกินขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต ทำให้ภาษีที่เก็บไปเป็นโมฆะ และให้ส่งคืนเงินภาษีมูลค่า 1.33 แสนล้านดอลลาร์ มองจะส่งผลบวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้นต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยระยะสั้น Fund Flow มีแนวโน้มไหลออกจากสหรัฐไปสู่ตลาด EM รวมทั้งตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นที่มีการส่งออกสินค้าไปตลาดสหรัฐ ส่วนค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าลง และ Bond Yield มีแนวโน้มลดลงจากความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงว่า ปธน. ทรัมป์ อาจเปลี่ยนไปใช้กฎหมายอื่นแทนได้ อาทิ การใช้มาตรา 122, มาตรา 301, มาตรา 232 และมาตรา 338 ซึ่งจะยังกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกต่อไป

    2) ปธน. ทรัมป์ ชนะคดีหรือตัดสินแบบจำกัดขอบเขต : ศาลฯ ตัดสินว่า ปธน. ทรัมป์ มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย IEEPA ในการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือ สามารถเก็บภาษีได้ในบางกรณีแต่ไม่ได้ในวงกว้าง หรือ ให้มีผลเฉพาะในอนาคต แต่ไม่ต้องคืนภาษีที่เก็บไปแล้ว มองจะส่งผลลบเชิงจิตวิทยาระยะสั้นต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่จะมีแรงขายออกไม่มาก เนื่องจากมองตลาดดูดซับความเสี่ยง (Price in) ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมองช่วงสั้น SET มี Downside ที่น่าสนใจให้เข้าสะสมสำหรับการลงทุนอยู่ที่ระดับ 1,230+/- และยังคงเป้าหมาย SET ปี 2569 ที่ 1,350-1450 จุด คิดเป็น PER 14-16 เท่า
Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5