PDF Available  
Special Report - Thai Stocks

กลยุทธ์ตลาดหุ้นไทย: หาจังหวะตลาดปรับฐาน เน้น 3 ธีมเด่น รับเป้าใหม่ SET สู่ 1,550-1,600 จุด

By ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล|20 May 26 1:38 PM
สรุปสาระสำคัญ
  • แม้ INVX คาดระยะสั้น (ปลาย พ.ค.-มิ.ย.) ตลาดอาจเข้าสู่โหมดปรับฐานจากผลฤดูกาลและแรงกดดันชั่วคราวจากการปรับลดน้ำหนักของ MSCI Rebalancing แต่การที่  Moody's ปรับเพิ่ม Outlook ไทยเป็น Stable อีกทั้ง Valuation ที่แท้จริงของหุ้นไทยยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย SET ex-DELTA มี Fwd PER เพียง 12 เท่า สะท้อนว่าหุ้นไทยส่วนใหญ่ยังคง Undervalued ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงมองเป็น “โอกาสทยอยสะสมหากตลาดปรับฐาน หรือ Buy on Dip” ใน 3 ธีมเด่น ดังนี้ 1) หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่าตลาด ต่างชาติถือครองต่ำ อีกทั้งได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และยังบริหารต้นทุนได้ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE 2) หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้พอร์ตและเป็นหลุมหลบภัยในช่วงที่ตลาดปรับฐาน ได้แก่ BBL KTB PTT AP FTREIT และ 3) หุ้น New Normal ที่ได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการย้ายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM WHA AMATA 
  • ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 69 SET กลับปรับขึ้น +20.5%YTD โดยมีปัจจัยเร่งสำคัญจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นแรง ซึ่งส่งผลบวกต่อโครงสร้างกำไรของ SET ผ่านกลุ่มพลังงานจนสามารถช่วยชดเชยผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Real Sector จนทำให้ล่าสุด INVX ปรับเพิ่มประมาณการ EPS ปี 2569 ของ SET (Base Case) ขึ้นสู่ 97 บาทต่อหุ้น (จากเดิมที่ 94.1 บาทในช่วงก่อนเกิดข้อพิพาท) ส่งผลให้เป้า SET ปรับขึ้นสู่ 1550 จุด (อิง PER 16 เท่า) ภายใต้ GDP ปีนี้ที่คาดเติบโต 1.4% อย่างไรก็ดี GDP ไทยยังมี Upside จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสน ลบ. ซึ่งหากเบิกจ่ายได้เต็มที่ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสและการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน คาดจะช่วยหนุน GDP ได้อีก 0.4% ส่งผลให้ INVX มีโอกาสปรับเพิ่ม GDP ปีนี้สู่กรอบ 1.6–1.8% โดยกรณี Best Case คาด GDP จะเติบโตได้ถึง 1.8% ผลักดันให้ EPS ของ SET แตะ 100 บาทต่อหุ้น และหนุนเป้า SET ขึ้นสู่ระดับ 1,600 จุด

  • INVX คาดระยะสั้น (ปลาย พ.ค.-มิ.ย.) SET อาจเข้าสู่โหมดปรับฐานจากผลฤดูกาล จาก 3 ปัจจัยกดดัน คือ 1) ตลาดกำลังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาขับเคลื่อนระยะสั้น 2) ผลกระทบจาก Dividend Dilution Effect หลังหุ้น Big-cap ทยอยขึ้น XD ในช่วงปลาย เม.ย.-กลาง พ.ค. หมดแล้ว และ 3) ในเชิงสถิติ เดือน มิ.ย. ถือเป็นหนึ่งในเดือนที่ SET มีความเปราะบางสูงที่สุดของปี สะท้อนได้จากช่วง 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2564-2568) ต่างชาติมียอดขายสุทธิใน มิ.ย. ติดต่อกันทุกปี เพราะเป็นช่วงรอยต่อก่อนเข้าสู่การเก็งกำไรงบ 2Q69 ในเดือน ก.ค. อีกทั้งพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มขายเพื่อลดความเสี่ยงและปรับพอร์ตลงทุนก่อนเข้าสู่ช่วงลาพักร้อน  ประกอบกับ SET อาจเผชิญแรงกดดันชั่วคราวจากการปรับลดน้ำหนักของ MSCI Rebalancing ในวันที่ 29 พ.ค. นี้ จากการปรับพอร์ตของ Passive Fund

  • อย่างไรก็ตาม INVX มองว่า การปรับฐานของ SET ในช่วงปลาย มิ.ย. - ต้น ก.ค. คือ โอกาสเข้าซื้อที่ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากสถิติบ่งชี้ว่า SET มักจะพลิกกลับมาฟื้นตัว (Rebound) อย่างแข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) โดยให้โอกาสสร้างผลตอบแทน (Upside) เฉลี่ยราว +8.0% (คำนวณจากจุดต่ำสุดช่วงปลาย มิ.ย. ถึงจุดสูงสุดช่วงกลาง ก.ย.) ซึ่งคาดมีปัจจัยหนุนหลักจาก 1) ความคืบหน้าของการจัดทำและผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปีถัดไปของภาครัฐ 2) เข้าสู่ฤดูกาลเก็งกำไรปันผลระหว่างกาล และ 3) แรงส่งจาก Window Dressing ไตรมาส 3 ของสถาบัน
Author
Slide2
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5