Special Report - Thai Stocks

สหรัฐฯ-อิหร่าน เตรียมเซ็น MOU ข้อตกลงสันติภาพ ปลุกตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

By ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล|15 Jun 26 8:05 AM
US&Iran2
สรุปสาระสำคัญ

สหรัฐฯ-อิหร่าน เตรียมเซ็น MOU ข้อตกลงสันติภาพในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลทันที ส่งผลให้เช้านี้ราคาน้ำมันดิบโลก (WTI และ Brent) ปรับฐานลงทันที 4-5% ปัจจัยนี้ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางหลักดำเนินนโยบายการเงินได้ผ่อนคลายขึ้น และเปลี่ยนโหมดตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Risk-on ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าสู่กรอบ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะดึงดูดให้ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย หนุนให้ SET มีโอกาสทะลุแนวต้าน 1,640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำปรับพอร์ตเชิงรุกเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (Tactical Play) ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Anti-Oil & Reopening, Interest-Rate Sensitive และ Big Cap ใน SET50 ขณะที่แนะนำชะลอลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมีจนกว่าราคาน้ำมันโลกจะสร้างฐานใหม่ได้มั่นคง

📌 FACT: สหรัฐฯ-อิหร่าน เตรียมลงนามหยุดยิงศุกร์นี้ คลายล็อกความตึงเครียดตะวันออกกลาง

ล่าสุด นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ในฐานะตัวกลางหลัก ประกาศสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ (รวมถึงเลบานอน) และจะมีพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากนั้น ปธน.ทรัมป์ ได้ประกาศผ่านทางแพลตฟอร์ม Truth Social ยืนยันว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันแล้ว และได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านโดยทันที เพื่อปล่อยให้ Supply น้ำมันกลับคืนสู่ตลาด ด้านประเด็นนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอย่างเต็มรูปแบบจะถูกยืดหยุ่นและทยอยพิจารณาตามข้อตกลงในอนาคต ด้าน รมต. ต่างประเทศของอิหร่านเผยร่างเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายแล้วเช่นกัน

 

📈 IMPACT : จุดเปลี่ยนสู่โหมด Risk-on ระยะสั้น เงินเฟ้อคลี่คลาย-ลุ้น Fund Flow เข้าไทย

INVX มองว่า ข้อตกลงดีลนี้จะทำหน้าที่เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on ชัดเจน โดยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับฐานลงทันที ซึ่งสะท้อนได้จากเช้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับลง 4.8% แตะระดับ US$80.8/bbl ส่วน Brent ปรับลง 3.9% แตะ US$83.9/bbl สวนทางตลาดสินทรัพย์เสี่ยงที่ตอบรับเชิงบวก โดย DJIA Futures ปรับขึ้น 0.75% (+380 จุด) และ NASDAQ +1.6% (+480 จุด)

ผลจากการปรับตัวลงอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันโลกจะช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารกลางหลัก (โดยเฉพาะ Fed) ดำเนินนโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลายได้ง่ายขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐจะถูกลดสถานะ Safe Haven ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นสู่กรอบ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยนี้จะบีบให้นักลงทุนต่างชาติต้องล้างสถานะ Short Position และหนุนให้ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ซึ่งคาดจะเป็น Catalyst สำคัญที่จะผลักดันให้สัปดาห์นี้ (15-19 มิ.ย. นี้) SET มีโอกาสทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,640 จุด เพื่อลุ้นปรับตัวขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดใหม่ (New High) ของปีนี้

ขณะที่ในเชิงโครงสร้างราคาพลังงาน แม้ดีลนี้จะเป็นปัจจัยลบต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น จากส่วนต่างราคาชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk Premium) ที่หายไป ซึ่งจะกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่จะเป็นผลดีอย่างมากต่อกลุ่มธุรกิจที่เป็นผู้ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลัก อย่างไรก็ดี ในระยะถัดไปตลาดยังต้องจับตาความเรียบร้อยของพิธีเซ็นสัญญาในวันศุกร์ และรายละเอียดการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ในกรอบเวลา 60 วันหลังจากนี้

 

🎯 ACTION : ปรับพอร์ตเชิงรุก (Aggressive) ดักเก็งกำไร Tactical Play

กลยุทธ์ลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ INVX แนะนำให้ปรับพอร์ตเข้าสู่โหมดเชิงรุก (Aggressive) สำหรับการเก็งกำไรสั้น (Tactical Play) เพื่อเกาะไปกับรอบการปรับขึ้นของตลาด โดยเน้นหุ้นกลุ่มที่เคยถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนพลังงานและดอกเบี้ยขาขึ้น ผ่าน 3 ธีมหลัก ดังนี้

  1. Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเซ็น MoU สันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL) 
  2. Interest-Rate Sensitive Play ที่คลายกังวลเรื่องดอกเบี้ยจะปรับขึ้น ได้แก่ กลุ่มสินเชื่อ (MTC, SAWAD, TIDLOR) และอสังหาริมทรัพย์ (AP, SIRI)
  3. Big Cap Play ในหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมาย Fund Flow และเกิด Short Covering โดยเน้นเลือกหุ้นที่ราคาปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่เกิดวิกฤต และมีปริมาณขายชอร์ตยังไม่ได้ซื้อคืนสูง ได้แก่ BDMS MINT HMPRO BEM CPALL

 

⚠️ ขณะที่แนะนำระมัดระวังแรงขายระยะสั้นและชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมีออกไปก่อนจนกว่าราคาน้ำมันดิบโลกจะเริ่มสร้างฐานใหม่ได้มั่นคง

 

#INVX Investment Strategy and Research

Author
Slide2
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5