สรุปสาระสำคัญ
คลื่นความร้อนในยุโรปกระตุ้นให้อุปสงค์ไฟฟ้าพุ่งสูงและทำให้ราคาพลังงานผันผวน แม้จะหนุนให้การผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ทุบสถิติ แต่กดดันการผลิตจากพลังงานลมและนิวเคลียร์ รวมถึงเผชิญปัจจัยลบจากสต็อกก๊าซธรรมชาติที่ต่ำ ส่งผลดีเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน เช่น Brookfield, First Solar, Schneider Electric แต่ส่งผลลบต่อกลุ่มท่องเที่ยวและบริการจากต้นทุนค่าไฟที่สูงขึ้นและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากความร้อนจัด
ปรากฏการณ์โดมความร้อนส่งผลให้อุณหภูมิทำสถิติสูงสุด
- อุณหภูมิพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย: สภาพอากาศถูกปกคลุมด้วยมวลความร้อนความกดอากาศสูง ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยในภูมิภาคพุ่งสูงกว่าเกณฑ์ปกติถึง 9 ถึง 15 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิทำลายสถิติสูงสุดรายเมือง: ลอนดอนทีอุณหภูมิพุ่งแตะ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกันกับฝรั่งเศส
- แนวโน้มระยะยาว: ยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก มีแนวโน้มจะต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นอีกในเดือนต่อ ๆ ไป แม้ว่าในระยะสั้น คาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะผ่อนคลายลง

พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพมาก แต่พลังงานลมผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง
- การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ทุบสถิติ: ท้องฟ้าที่เปิดโล่งและไร้เมฆจากโดมความร้อน ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ในสหราชอาณาจักร ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าได้เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
- การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทำได้น้อยลง: ในทางกลับกัน สภาพอากาศดังกล่าวทำให้ความเร็วลมลดลง ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในเยอรมนี สเปน อิตาลี และฝรั่งเศส ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปีอย่างเห็นได้ชัด
วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และแรงกดดันต่อราคาพลังงานล่วงหน้า
- ภัยคุกคามต่อระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์: แม้ราคาไฟฟ้าส่งมอบทันทีจะติดลบในบางชั่วโมงจากแสงแดดจัด แต่ราคาไฟฟ้าล่วงหน้าแบบ 1 เดือน กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 12% เนื่องจากความกังวลว่าความร้อนที่รุนแรงจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักลดลง และอุณหภูมิน้ำพุ่งสูงเกินไป จนไม่สามารถใช้หล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของฝรั่งเศสได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่พึ่งพาแม่น้ำ Rhône และแม่น้ำ Garonne
- สต็อกก๊าซธรรมชาติในยุโรปต่ำลง: ปริมาณก๊าซสำรองในยุโรปปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 37% ซึ่งต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 46% เพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานหากการล้นตลาดของพลังงานหมุนเวียนไม่เสถียร
- อุปสงค์การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น: ในประเทศแถบยุโรปใต้ เช่น อิตาลี การเปิดเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นส่งผลให้อุปสงค์ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์

มุมมองของ INVX
เราประเมินว่าสถานการณ์คลื่นความร้อนที่แปรปรวนนี้สร้างโอกาสและความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มอุตสาหกรรมดังนี้:
กลุ่มอุตสาหกรรมเรามองบวก
- อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์: ขณะที่อุปทานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและนิวเคลียร์เผชิญข้อจำกัด ด้วยเหตุนี้ ราคาไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี สภาพอากาศในระยะยาวที่ร้อนและแดดจัดจะหนุนปริมาณการผลิตไฟฟ้าของบริษัทที่ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยเหตุนี้ เรามองบวกต่อผู้ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และห่วงโซ่อุปทาน เช่น Brookfield Renewable, First Solar, SolarEdge, Enphase Energy, Iberdrola
- ผู้ให้บริการระบบกักเก็บพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า: ความผันผวนของราคาไฟฟ้าจะทำให้ความต้องการติดตั้งแบตเตอรี่ระดับสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเรามองเป็นบวกต่อ Schneider Electric, GE Vernova, Fluence Energy
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ: คลื่นความร้อนที่รุนแรงและทุบสถิติในระดับ 35°C ถึง 39°C ในยุโรป กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โดยความร้อนที่สูงเกินไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ยากขึ้น เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และอาจทำให้การท่องเที่ยวในแคว้นยอดนิยมทางตอนใต้ของยุโรป เช่น สเปน หรือตอนใต้ของฝรั่งเศส ชะลอตัวลง นอกเหนือจากนี้ โรงแรมและสถานบริการต่างๆ ยังต้องแบกรับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากการเปิดเครื่องปรับอากาศและระบบทำความเย็นตลอดทั้งวัน