Offshore Stock Update

Alphabet เผชิญความเสี่ยงถูก EU ปรับเงินข้อหาผูกขาด DMA ฉบับใหม่

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|27 May 26 1:22 PM
googl
สรุปสาระสำคัญ

Alphabet มีความเสี่ยงถูก EU ปรับเงินหลักหลายร้อยล้านยูโรภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ข้อหาผูกขาดผลการค้นหาภายใต้กฎหมาย DMA ฉบับใหม่ โดย INVX ประเมินว่าประเด็นนี้จะสร้าง Sentiment ลบและความผันผวนต่อราคาหุ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่จะไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว เนื่องจากระบบนิเวศธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง

Alphabet (Google) เผชิญความเสี่ยงถูก EU ปรับเงินข้อหาผูกขาดผลการค้นหาตามกฎหมาย DMA ฉบับใหม่ที่มุ่งจัดระเบียบเทคฯใหญ่ ซึ่งคาดอาจกดดันเป็น Sentiment ลบที่ทำให้หุ้นผันผวนในระยะสั้น แต่ในระยะกลาง-ยาว เราเชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเรายังคงมองบวกต่อ GOOGL จากความสามารถในการแข่งขัน และระบบนิเวศธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง

สรุปภาพรวมคดีของ Google

บริษัทที่ถูกสอบสวน

Alphabet Inc. (บริษัทแม่ของ Google)

หน่วยงานที่ตรวจสอบ

คณะกรรมาธิการยุโรป

ข้อกล่าวหาหลัก

Google จัดอันดับผลการค้นหาโดยเอื้อประโยชน์ให้แก่บริการของตัวเอง เหนือคู่แข่งรายอื่นบนระบบเครื่องมือค้นหาหาข้อมูล

คาดการณ์มูลค่าค่าปรับ

หลักหลายร้อยล้านยูโร ซึ่งจะนับเป็นค่าปรับที่สูงที่สุดตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายตลาดดิจิทัล ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมอำนาจกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

กำหนดการประกาศ

คาดว่าจะเสร็จสิ้นและประกาศอย่างเป็นทางการก่อนช่วงพักร้อนฤดูร้อน (ภายในเดือนกรกฎาคมปีนี้)

 

จุดเริ่มต้นและที่มาของคดี

  • การสอบสวนนี้ถูกเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว โดยดำเนินการภายใต้กฎหมายตลาดดิจิทัลฉบับใหม่ (Digital Markets Act - DMA) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดการผูกขาดทางการค้าของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

กฎหมายตลาดดิจิทัล (Digital Markets Act - DMA) คืออะไร ?

  • DMA เป็นกฎหมายควบคุมและลดอำนาจผูกขาดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยแต่งตั้งให้บริษัทที่มีอิทธิพลสูงเป็น "ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Gatekeepers)" หรือประตูด่านแรกในการเข้าถึงบริการดิจิทัล
  • จุดเน้นหลัก: บังคับให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องเปิดกว้างและห้ามกีดกันคู่แข่ง เช่น ห้ามโปรโมตบริการตัวเองเหนือคู่แข่ง, บังคับให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับผู้พัฒนาภายนอกได้ และห้ามผูกมัดผู้ใช้ไว้ในระบบนิเวศของตนเอง หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษปรับสูงสุดถึง 10% ถึง 20% ของรายได้ทั่วโลก

ใครที่โดนควบคุมและอยู่ในข่ายเสี่ยงโดนตรวจสอบอีกบ้าง?

ปัจจุบันยุโรปได้ประกาศรายชื่อกลุ่ม Gatekeepers ไว้ทั้งหมด 7 บริษัท ซึ่งล้วนอยู่ในข่ายถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดภายใต้กฎหมายนี้ ได้แก่:

  1. Apple: กำลังเผชิญการตรวจสอบอย่างหนักเกี่ยวกับข้อจำกัดบน App Store, ระบบปฏิบัติการ iOS และเว็บบราวเซอร์ Safari
  2. Meta: ถูกเพ่งเล็งเรื่องนโยบายความเป็นส่วนตัวและการผูกขาดข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม (Facebook, Instagram, WhatsApp)
  3. Amazon: โดนตรวจสอบพฤติกรรมการค้าบนหน้า Marketplace และบริการโฆษณา
  4. Microsoft: โดนควบคุมในส่วนของระบบปฏิบัติการ Windows และเครือข่ายจำหน่ายบริการ
  5. ByteDance (TikTok) & Booking.com: แพลตฟอร์มความบันเทิงและบริการจองที่พักรายใหญ่ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มควบคุม
  6. แนวโน้มกลุ่มอุตฯที่จะโดนควบคุมถัดไปคือกลุ่มคลาวด์และ AI: รายงานล่าสุดของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุชัดเจนว่าเป้าหมายถัดไปที่จะถูกขยายผลและตรวจสอบอย่างเข้มข้นคือ บริการคลาวด์ และ เทคโนโลยี AI ซึ่งส่งผลให้ Microsoft และ Amazon มีแนวโน้มกลายเป็นเป้าหมายหลักในคดีถัดไป



บริษัท

บริการหลักที่ถูกควบคุม

ประเด็นหลักที่ถูกเพ่งเล็งและตรวจสอบ

Alphabet (Google)

• Google Search

• Google Play Store

• Android OS

• YouTube / Chrome

•               Self-preferencing: การจัดอันดับผลการค้นหาเอื้อประโยชน์ให้บริการตัวเองเหนือคู่แข่ง (คดีหลักที่จ่อปรับช่วงก่อนกรกฎาคมนี้)

•               AI & Search Data: ถูกสั่งให้แชร์ข้อมูลการค้นหาและเปิดระบบปฏิบัติการ Android ให้ AI Assistant ค่ายคู่แข่งเข้าถึงได้เท่าเทียมกับ Gemini

Apple

• App Store

• iOS / iPadOS

• Safari Browser

•               Anti-Steering: การห้ามผู้พัฒนาแอปฯ นำทางผู้ใช้ไปชำระเงินนอก App Store เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียม (โดนปรับไปแล้วในยกแรก)

•               Ecosystem Lock-in: ถูกบังคับให้ยอมให้มีร้านค้าแอปฯ บุคคลที่สาม (Alternative App Stores) และเปิดระบบ iOS ให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่อื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

Meta

• Facebook / Instagram

• WhatsApp / Messenger

• Meta Ads

•               Data Combining: การนำข้อมูลผู้ใช้จากหลายแพลตฟอร์มมาผูกรวมกันเพื่อยิงโฆษณาโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน

•               Pay or Consent: โมเดลบังคับให้เลือกระหว่าง "ยอมจ่ายเงินรายเดือน" หรือยอมโดนแทร็กข้อมูลเพื่อยิงโฆษณา (ถูก EU สั่งให้ปรับปรุงโมเดลทางเลือกใหม่)

•               Messenger Interoperability: บังคับให้เปิดระบบส่งข้อความให้ข้ามไปคุยกับแอปฯ ค่ายอื่นได้

Microsoft

• Windows PC OS

• LinkedIn

•               Choice Screen: การบังคับพ่วงเบราว์เซอร์หรือบริการของตัวเองมากับวินโดวส์ โดยปัจจุบันถูกตรวจสอบเรื่องระบบการเลือก ที่ต้องเปิดกว้างให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ค่ายอื่นได้ง่าย

•               Cloud (Azure): อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมในฐานะสมรภูมิใหม่ด้าน Cloud และ AI

Amazon

• Amazon Marketplace

• Amazon Advertising

•               Data Portability: การนำข้อมูลพฤติกรรมการค้าของร้านค้าอิสระบนแพลตฟอร์มไปใช้ประโยชน์ในการผลิตสินค้าแข่งเอง

•               Price Influencing: พฤติกรรมการควบคุมหรือแทรกแซงราคาของร้านค้าบุคคลที่สามบนหน้าเว็บ

ByteDance

• TikTok

•               Ecosystem Contestability: การตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มพยายามปิดกั้นหรือสร้างเงื่อนไขที่เสียเปรียบแก่ผู้ลงโฆษณาหรือธุรกิจรายย่อยหรือไม่ และระบบการปกป้องข้อมูลผู้ใช้ในยุโรป

Booking.com

• Online Intermediation

•               Parity Clauses: ข้อกำหนดที่ห้ามไม่ให้โรงแรมหรือที่พักเสนอราคาห้องพักบนหน้าเว็บตัวเองถูกกว่าราคาที่ลงบน Booking.com

 

เป้าหมายของสหภาพยุโรปต่อ Google คืออะไร...?

  • โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรปเผยว่าเน้นการบีบให้ Google ปฏิบัติตามกฎระเบียบและเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียมในตลาด มากกว่ามุ่งเน้นเพียงแค่การปรับเงิน
  • ยุโรปพร้อมจะดำเนินขั้นตอนลงโทษขั้นต่อไปทันทีหากการเจรจาหาทางออกร่วมกันไม่เป็นผล
  • ทางยุโรปเพิ่งจะขยายเวลาให้ Google ยื่นข้อเสนอปรับปรุงระบบเพิ่มเติม หลังจากข้อเสนอในรอบแรกยังไม่น่าพึงพอใจ

ท่าทีและการตอบโต้จากทาง Google

  • Google ออกมาวิจารณ์กฎเกณฑ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการปรับเปลี่ยนระบบค้นหาตามคำสั่งในครั้งนี้ ถือเป็นการลดประสิทธิภาพครั้งใหญ่ที่สุดของระบบค้นหาซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานในทวีปยุโรปได้รับประสบการณ์การใช้งานที่แย่ลง
  • นอกจากนี้มองว่ามาตรการนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ร้องเรียนบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ทางการค้าเท่านั้น
  • อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงแสดงความพร้อมที่จะเจรจาเพื่อหาข้อยุติในกรณีนี้ร่วมกัน


มุมมองของ InnovestX

เราประเมินว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Mag7 นักลงทุนจำเป็นต้องเตรียมรับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล เนื่องจากเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายหลักทางการเมืองและกฎหมายผูกขาด

  • ทั้งนี้ หากมีประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น คาดว่าจะเป็นเพียง Sentiment ลบที่สร้างความผันผวนแก่ราคาหุ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่ในระยะกลางถึงระยะยาว เราเชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ โดยเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ GOOGL จากความสามารถในการแข่งขันที่โดดเด่นในทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5