
หากมองในระยะยาว กลุ่ม Tech Platform จีนกำลังเข้าสู่ช่วงที่น่าจับตา จากแรงหนุนทั้งการลงทุนด้าน AI การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำต่างเร่งลงทุนใน AI, Cloud และบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงโอกาสนี้ DR23 ช่วยให้ลงทุนในหุ้น Tech Platform ชั้นนำของจีนผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วยเงินบาท ครอบคลุม BABA23 (Alibaba), TENCENT23 (Tencent), BIDU23 (Baidu), MEITUAN23 (Meituan), KUAISH23 (Kuaishou), TRIPCOM23 (Trip.com Group), KINGSOFT23 (Kingsoft) และ TME23 (Tencent Music) ซึ่งล้วนเป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน
ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หากพูดถึงหุ้นเทคโนโลยีจีน หลายคนคงนึกถึงข่าวการคุมเข้มของภาครัฐ เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และราคาหุ้นที่ปรับลงแรง จนทำให้ Big Tech จีนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นดาวเด่นเหมือนในอดีต
แต่หากลองสังเกตข่าวของ Alibaba, Tencent, Baidu หรือ Meituan ในช่วงหลัง จะพบว่าบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป
จากเดิมที่ข่าวส่วนใหญ่วนอยู่กับการลดต้นทุน ปรับโครงสร้าง และรักษาความสามารถในการทำกำไร วันนี้บริษัทเหล่านี้กำลังเร่งลงทุนใน AI, Cloud, Data Center และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ
คำถามคือ เหตุใดบริษัท Tech Platform ของจีนจึงกลับมาเร่งลงทุนพร้อมกันในเวลานี้?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เกิดจากแรงขับสำคัญ 3 ด้านที่กำลังมาบรรจบกัน ได้แก่ AI ที่เริ่มมีโอกาสเปลี่ยนจากต้นทุน
ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครั้งใหญ่ของรัฐบาลจีน และการฟื้นตัวของกิจกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มออนไลน์
เมื่อทั้งเทคโนโลยี นโยบายภาครัฐ และการบริโภคเริ่มเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน บริษัทที่มีทั้งฐานผู้ใช้งาน ข้อมูล ระบบ Cloud และบริการดิจิทัลอยู่แล้ว จึงอาจอยู่ในตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
InnovestX จะพาไปรู้จัก 8 บริษัท Tech Platform ของจีน ว่าแต่ละแห่งกำลังลงทุนอะไร มีจุดแข็งด้านใด และเหตุใดหุ้นกลุ่มนี้จึงกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้งในปี 2026

|
หลักทรัพย์ |
จุดเด่นของแต่ละบริษัท |
เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน |
|
BABA23 (9988.HK) |
ผู้นำอีคอมเมิร์ซและระบบคลาวด์ของจีน มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อปลดล็อกมูลค่าธุรกิจ พร้อมนำเทคโนโลยี AI มายกระดับบริการคลาวด์ |
นักลงทุนที่เชื่อมั่นในการฟื้นตัวของอีคอมเมิร์ซจีนและระบบคลาวด์ |
|
TRIPCOM23 (9961.HK) |
แพลตฟอร์มจองที่พักและการท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเอเชีย เจ้าของแบรนด์ Ctrip และ Skyscanner ที่กำลังขยายส่วนแบ่งการตลาดไปทั่วโลก |
นักลงทุนที่มองหาโอกาสจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเอเชีย |
|
KINGSOFT23 (3888.HK) |
ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์และคลาวด์ของจีน เจ้าของ WPS Office ทางเลือกหลักแทน Microsoft Office มีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคน พร้อมพัฒนา AI สำหรับการทำงาน |
นักลงทุนที่สนใจซอฟต์แวร์องค์กรจีนและเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ |
|
BIDU23 (9888.HK) |
ผู้นำระบบค้นหาข้อมูลอันดับหนึ่งของจีน โดดเด่นด้าน AI ผ่าน Ernie Bot และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ Apollo Robotaxi |
นักลงทุนที่สนใจระบบค้นหาด้วย AI และรถยนต์ไร้คนขับ |
|
KUAISH23 (1024.HK) |
แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและไลฟ์สตรีมมิงของจีน โดดเด่นด้วยการสร้างรายได้ผ่าน Social Commerce และ AI Recommendation มีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านราย |
นักลงทุนที่สนใจเทรนด์วิดีโอสั้นและ AI Content |
|
MEITUAN23 (3690.HK) |
แพลตฟอร์มส่งอาหารและบริการไลฟ์สไตล์อันดับหนึ่งของจีน ให้บริการ Food Delivery, Local Services และ Instant Commerce พร้อมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ |
นักลงทุนที่สนใจแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภค |
|
TENCENT23 (0700.HK) |
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน เจ้าของ WeChat ที่มีผู้ใช้งานกว่า 1.3 พันล้านคน ให้บริการเกมออนไลน์ โฆษณา การเงินดิจิทัล คลาวด์ และ AI ครบวงจร |
นักลงทุนที่มองหาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีครบวงจรของจีน |
|
TME23 (1698.HK) |
แพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงและความบันเทิงเสียงออนไลน์อันดับหนึ่งของจีน เจ้าของ QQ Music, Kugou Music, Kuwo Music และ WeSing เติบโตผ่านระบบสมาชิก โฆษณา และ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์การฟังเพลง |
นักลงทุนที่สนใจธุรกิจสตรีมมิงดิจิทัลและการเติบโตของเศรษฐกิจคอนเทนต์จีน |
หากมองภาพรวม จะพบว่ามี 3 ปัจจัยสำคัญ ที่กำลังผลักดันบริษัท Tech Platform ของจีนในเวลาเดียวกัน
ช่วงแรกของกระแส Generative AI บริษัทเทคโนโลยีต่างแข่งขันกันเปิดตัว Chatbot และ AI Assistant เพื่อแสดงศักยภาพของตนเอง แต่วันนี้เกมเปลี่ยนไปแล้ว
คำถามไม่ใช่ "ใครมี AI" แต่คือ "ใครจะสร้างรายได้จาก AI ได้ก่อน"
หลายบริษัทจึงเร่งลงทุนในโมเดล AI, Cloud และ Data Center เพื่อวางรากฐานของธุรกิจในอนาคต ตัวอย่างเช่น Kuaishou ที่ระดมทุนให้ Kling AI มูลค่ากว่า 19,000 ล้านหยวน โดยมี Alibaba, Tencent และ Baidu เข้าร่วมลงทุน ขณะที่ Meituan เปิดตัว LongCat 2.0 เพื่อนำ AI มายกระดับบริการบนแพลตฟอร์ม
จากเดิม AI เป็นเพียงต้นทุนด้านการวิจัยและพัฒนา วันนี้หลายบริษัทเริ่มมอง AI เป็นธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ ทั้งจากบริการคลาวด์ ซอฟต์แวร์ และการเพิ่มประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มเดิม จึงไม่น่าแปลกที่ Big Tech จีนกำลังเร่งลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
ในอดีต การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนมักเน้นการลงทุนด้านถนน รถไฟ หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับ Cloud Computing, AI Infrastructure, Data Center และ Intelligent Computing ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่
รัฐบาลจีนมีแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ราว 2 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 295 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 5 ปี
เพื่อพัฒนาเครือข่ายศูนย์ประมวลผล AI ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน 2026 ที่ประชุม Politburo ยังยกระดับ Computing Power Network ให้เป็นหนึ่งใน 6 โครงข่ายยุทธศาสตร์ของประเทศ และในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) ยังตั้งเป้าผลักดันให้ AI ถูกนำไปใช้ครอบคลุม 90% ของภาคเศรษฐกิจ ภายในปี 2030
นโยบายเหล่านี้เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และ AI อยู่แล้ว เช่น Alibaba, Tencent, Baidu และ Kingsoft มีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้บริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว
การฟื้นตัวของการบริโภคไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะร้านค้าหรือธุรกิจบริการ แต่ยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อบริษัท Tech Platform ที่อยู่เบื้องหลังการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ สั่งอาหาร จองโรงแรม ฟังเพลง หรือรับชมวิดีโอ ล้วนเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งสิ้น
ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 รัฐบาลจีนยังตั้งเป้ายกระดับ มูลค่าตลาดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ให้แตะประมาณ 60 ล้านล้านหยวนภายในปี 2030 พร้อมผลักดันหมวดบริการที่เติบโตสูง เช่น บริการสื่อสารและสารสนเทศ การท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจวัฒนธรรม กีฬา และนันทนาการ
หากการบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่อง บริษัทอย่าง Alibaba, Meituan, Trip.com, Tencent Music และ Kuaishou ก็มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรง เพราะเมื่อผู้ใช้งานและกิจกรรมบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น โอกาสในการสร้างรายได้จากโฆษณา ค่าบริการ และระบบสมาชิกก็มีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย
Tech Platform จีนอาจเหมาะกับนักลงทุนที่
ท้ายทีสุด สามปัจจัยหนุนนี้จะเพียงพอให้หุ้นเทคโนโลยีจีนกลับมาเป็นผู้นำตลาดอีกครั้งหรือไม่ ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งในด้านการนำ AI ไปสร้างรายได้จริง การฟื้นตัวของกำลังซื้อ และทิศทางนโยบายภาครัฐ
แต่สิ่งที่น่าคิดคือ บริษัทเหล่านี้อาจไม่ได้กำลังพยายามกลับไปเป็น Big Tech แบบเดิม หากกำลังเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลจีนในยุคถัดไป
สำหรับนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้มองหาบริษัทที่มีองค์ประกอบพร้อมที่สุด ทั้งเทคโนโลยี AI ฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ และระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง เพราะบริษัทที่สามารถเชื่อมองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันได้ อาจเป็นผู้ที่เปลี่ยนการลงทุนในวันนี้ให้กลายเป็นการเติบโตระยะยาวในรอบถัดไป
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง