หลังการประชุมนักวิเคราะห์ เราลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลง 1% (ปรับลดประมาณการรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ แต่ชดเชยด้วยการลดประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน) เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายคงเดิมที่ 16 บาท เพราะคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 8.6% รวมถึงมีโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อรองรับราคาหุ้น และคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของยอดขายรถยนต์ในประเทศและการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ปรับลดประมาณการรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ เพื่อสะท้อนถึงกำลังซื้อที่ลดลงเนจากเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่าน รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง YoY ใน 1Q69 มีสาเหตุมาจากการสูญเสียเบี้ยประกันชีวิตกลุ่มจากลูกค้ารายใหญ่หนึ่งราย และยอดขายประกันที่ชะลอตัวลงในเดือนมีนาคมอันเป็นผลมาจากสงครามอิหร่าน เราคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและบริการใน 2Q69 จะอ่อนตัวลง QoQ ตามฤดูกาลและทรงตัว YoY แต่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นใน 2H69 (โดยเฉพาะ 4Q69 ตามฤดูกาล) และปี 2570 โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก 1) การเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ 20% YoY ใน 2H68 และ 19% (ส่วนใหญ่เป็นรถ EV) ใน 1Q69 2) การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และ 3) การรุกตลาดประกันชีวิตส่วนบุคคล โดยเราคาดว่าอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจะเพิ่มขึ้นเป็น 5% ในปี 2570
ปรับลดประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน TQM ได้นำ AI มาใช้พัฒนาโมเดลประกันภัยแบบเฉพาะบุคคล (personalized insurance) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้เปลี่ยนจากโมเดลที่เน้นปริมาณ (volume-driven) มาเป็นโมเดลที่เน้นมูลค่าและการวิเคราะห์ข้อมูล (value-driven and data analytic model) ใน 4Q68 เพื่อเพิ่มเบี้ยประกันต่อกรมธรรม์เพิ่มขึ้นและอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (cost to income ratio) ลดลง โดย อัตราการต่ออายุประกันของบริษัทเพิ่มขึ้นสู่ 79.3% ใน 1Q69 จาก 72.6% ในปี 2568 และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานใน 1Q69 ลดลงด้วยเช่นกัน เราจึงปรับลดประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปี 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับผลประกอบการ 1Q69 และการใช้เทคโนโลยี AI ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเราคาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะลดลง 61 bps ในปี 2569
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 คาดฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลง 1% และปัจจุบันคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 3% โดยคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจะเติบโต 1% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะลดลง 61 bps นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q69 จะเพิ่มขึ้น YoY (จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง) และลดลง QoQ ตามฤดูกาล
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดี เราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.15 บาท (เงินปันผลระหว่างกาล 0.5 บาท) สำหรับปี 2569 จาก 1.1 บาทในปี 2568 โดยคาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงอย่างต่อเนื่องที่ 89% เท่ากับปี 2568 เพราะสถานะเงินสดที่แข็งแกร่งที่ 2.5 บาทต่อหุ้น และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ที่ต่ำเพียง 0.9 เท่า โดยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีที่ 8.6% (คิดเป็นอัตราผลตอบแทนระหว่างกาล 3.7%)
โครงการซื้อหุ้นคืน TQM กำลังดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนโดยตั้งงบประมาณไว้ไม่เกิน 300 ลบ. เพื่อซื้อหุ้นคืนจำนวนไม่เกิน 20 ล้านหุ้น (3.37% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) โครงการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม และจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งจะช่วยรองรับราคาหุ้นและเพิ่มอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ได้ประมาณ 1.4%
คงคำแนะนำ OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายเดิม เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ TQM ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 16 บาท (ใช้วิธี DDM)
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) เบี้ยประกันภัยอาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงและยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัว 2) อัตราค่าคอมมิชชันอาจลดลงจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมผลิตภัณฑ์และการแข่งขันที่สูงขึ้น และ 3) ความเสี่ยงด้าน ESG ในประเด็นการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct)
Good dividend yield, gradual recovery
Post analyst meeting, we trim 2026F earnings by 1% (a cut in fee & service income offset by a cut in opex) but keep our OUTPERFORM rating with an unchanged TP of Bt16, as we expect 8.6% dividend yield, a treasury stock program to support share price and a gradual earnings recovery supported by tailwinds from a strong recovery in domestic car sales and leveraging of AI.
Cut 2026F fee & service income. We cut our 2026F fee & service income growth to 1% from 4% to reflect lower purchasing power due to inflation headwinds arising from the Iran war. The YoY slip fee & service income in 1Q26 was due to a loss of group life premiums from one corporate client and softer premium sales in March as a result of the Iran war. Due to low season, we expect fee & service income to be weaker QoQ and be flattish YoY in 2Q26, but then rise in 2H26 (high season in 4Q26) and 2027 due to tailwinds from a strong growth in domestic car sales of 20% YoY in 2H25 and 19% (mainly EVs) in 1Q26, 2) leverage of AI and 3) penetration into individual life. We expect fee & service income growth to rise to 5% in 2027.
Cut 2026F opex on better cost control and leveraging AI. TQM has been leveraging AI to develop personalized insurance models that better cater to client needs. It shifted to a value-driven and data analytic model in 4Q25 from the volume-driven model to improve premium per policy and cost to income ratio. Its renewal ratio rose to 79.3% in 1Q26 from 72.6% in 2025. This also resulted in a reduction in opex 1Q26. We thus cut 2026F opex to fine-tune with the 1Q26 results and rising use of AI. We expect a 61 bps drop in cost to income ratio in 2026.
Trim 2026F earnings with a gradual recovery ahead. We trim our 2026F earnings by 1% and now expect 2026F earnings to grow 3%, with an expected 1% growth in fee & service income and a 61 bps drop in cost to income ratio. We expect 2Q26F earnings to rise YoY (lower opex) and slip QoQ due to low season.
Good dividend yield. We expect TQM’s DPS to rise to Bt1.15 (Bt0.5 interim) for 2026 from Bt1.1 for 2025, assuming a sustainable high dividend payout ratio at 89% for 2026 (the same as 2025), backed by its cash-rich position at Bt2.5/share and low D/E of 0.9x. This translates to a good dividend yield of 8.6% (3.7% interim).
Treasury stock program. TQM is now implementing a share repurchase program budgeted at up to Bt300mn to purchase up to 20mn shares (ceiling of 3.37% of total shares). The program began on March 10 and will run through August 31, 2026 and will help support share price and boost ROE by ~1.4%.
Maintain OUTPEFORM with an unchanged TP. We maintain our OUTPERFORM rating with an unchanged TP of Bt16 (based on DDM model).
Key risks: 1) Premiums may be hit by lower purchasing power and slowing car sales, 2) there could be a fall in commission rate from a change in product mix and rising competition and 3) ESG risk on market conduct.
Download PDF Click > TQM260525_E.pdf