PTTGC เป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงด้านวัตถุดิบที่ต่ำ ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นจากการหยุดชะงักของอุปทานในปัจจุบัน และผลประกอบการที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 ด้วยสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่า 15% และการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้ PTTGC มีภูมิคุ้มกันจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง อุปทานของผลิตภัณฑ์กลุ่ม middle distillates, PX และโพลิเมอร์ที่ตึงตัวขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการฟื้นตัว เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ PTTGC โดยปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 30 บาท เป็น 38 บาท จากความชัดเจนของกำไรที่มากขึ้น และ valuation ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค
ปัจจัยกระตุ้น #1: พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบและแนฟทา เรามองว่า PTTGC มีความเสี่ยงด้านวัตถุดิบต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดย PTTGC มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่า 15% เทียบกับโรงกลั่นส่วนใหญ่ที่นำเข้ามากกว่า 50% ซึ่งช่วยจำกัดความผันผวนด้านอุปทานและราคา สำหรับวัตถุดิบในการผลิตโอเลฟินส์ (อีเทนและ LPG) นั้นมีการจัดหาภายในประเทศจากโรงแยกก๊าซของ PTT ขณะที่แนฟทาสามารถจัดหาได้ภายในเครือ ทั้งนี้ PTTGC ได้สต๊อกน้ำมันดิบไว้สำหรับระยะเวลา 45–60 วันข้างหน้า เพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
ปัจจัยกระตุ้น #2: ได้ประโยชน์จากการหยุดชะงักของอุปทาน อุปทานของผลิตภัณฑ์กลุ่ม middle distillates และ PX ที่ตึงตัวขึ้นจะช่วยสนับสนุนนผลประกอบการปี 2569 ของ PTTGC ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินปรับขึ้นสู่ระดับสูงกว่า US$30/บาร์เรล ในเดือนมี.ค. เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ US$18/บาร์เรล ในปี 2568 เราคาดว่าปัจจัยนี้จะช่วยหนุนให้ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ US$8/บาร์เรล QoQ จาก US$7.9/บาร์เรล ใน 4Q68 แม้จะถูกหักล้างบางส่วนโดยค่าขนส่งที่สูงขึ้นก็ตาม ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ PX น่าจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการขาดแคลนวัตถุดิบและการเลื่อนกำหนดการเริ่มเดินเครื่องกำลังการผลิตใหม่ในภูมิภาคออกไปเป็นปี 2570 นอกจากนี้ PTTGC ยังได้รับประโยชน์จากการใช้วัตถุดิบผลิตสารอะโรเมติกส์ภายในประเทศและราคาโพลิเมอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นหลังจากผู้ผลิตในภูมิภาคประกาศเหตุสุดวิสัย
ปัจจัยกระตุ้น #3: คาดผลประกอบการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 หลังจากเผชิญกับผลขาดทุนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ การปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ และภาพรวมอุตสาหกรรมที่อ่อนแอ เราคาดว่าจะเห็นผลประกอบการปี 2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ผลประกอบการยังจะได้รับประโยชน์จากกำไรจากการขายหุ้นและสินทรัพย์จำนวน 2.3 พันลบ. ภายใต้โครงการขายสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน โดยเรามองว่าความเสี่ยง downside จากการตั้งค่าเผื่อด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มเติมมีจำกัด
คงคำแนะนำ OUTPERFORM และปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 38 บาท (จาก 30 บาท) เราปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 30 บาท เป็น 38 บาท อ้างอิง PBV ที่ 0.6 เท่า (-1SD) หลังจากปรับประมาณการกำไรปี 2569 เพิ่มขึ้น 65% เพื่อสะท้อนส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจโรงกลั่นที่สูงกว่าคาด ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น เรามองว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2569–2570 และ sentiment กลุ่มปิโตรเคมีที่ดีขึ้นน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น โดยราคาเป้าหมายของเราคิดเป็น EV/EBITDA ที่ 10.2 เท่า (ปี 2569) ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งในภูมิภาค (10.6 เท่า) เล็กน้อย
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ผันผวนของธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจปิโตรเคมี 2) ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากอุปทานก๊าซที่ลดลง 3) รายการด้อยค่าของสินทรัพย์ และ 4) การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (<3% ของกำลังการผลิต) ปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ผลกระทบของธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจหมุนเวียน
Resilient feedstock reduces disruption risk
PTTGC offers a compelling investment case, driven by low feedstock risk, improving industry fundamentals – aided by current supply disruptions - and a strong earnings turnaround in 2026F. With exposure of less than 15% to Middle East crude and largely domestic feedstock, PTTGC is well insulated from geopolitical risks in the Middle East. Tighter supply of middle distillates, PX and polymers is lifting product spreads and GRM, supporting earnings recovery. We maintain OUTPERFORM with TP raised to Bt38 from Bt30, underpinned by improving earnings visibility and attractive valuation versus regional peers.
Catalyst#1: Less dependent on Middle East feedstock. Amid rising Middle East geopolitical risks that are disrupting oil and naphtha supply, we see PTTGC as having the lowest feedstock risk among peers. Less than 15% of its crude is imported from the Middle East, vs. over 50% for most refineries, curbing supply and price volatility. Olefin feedstock (ethane and LPG) are sourced domestically from PTT’s gas separation plants, while naphtha can be supplied internally. It has also secured crude for the next 45–60 days, supporting operational continuity.
Catalyst#2: Benefits from supply disruption. Tighter supply for middle distillates and PX supports PTTGC in 2026. Diesel and jet fuel crack spreads surged above US$30/bbl in March vs. an average of US$18/bbl in 2025. By our estimates, this will lift operating GRM by ~US$8/bbl QoQ from US$7.9/bbl in 4Q25, though will be partly offset by higher freight costs. PX fundamentals should also improve, driven by feedstock shortages and delayed startup of regional capacity additions until 2027. PTTGC also benefits from domestic aromatics feedstock and firmer polymer prices following force majeure declarations by regional producers.
Catalyst#3: Strong turnaround in 2026F. After two years of losses from portfolio transformation, major maintenance shutdowns and a weak industry backdrop, we now expect a stronger earnings recovery in 2026F than earlier assumed, supported by improving refinery and petrochemical product spreads. Earnings will also benefit from Bt2.3bn in gains from share and asset disposals under its infrastructure asset monetization program. We see limited downside risk from further impairments.
Maintain OUTPERFORM with TP upped to Bt38 from Bt30. We raise TP to Bt38 from Bt30, based on 0.6x PBV (-1SD) after raising our 2026F earnings forecast by 65% to reflect higher contributions from the petrochemical and refining businesses, supported by improved feedstock optimization and a more advantageous product mix. We view the earnings recovery in 2026–2027 and better petrochemical sector sentiment as supportive to share price performance. Our TP implies 10.2x EV/EBITDA (2026F), slightly below regional peers (10.6x).
Key risk factors:1) Volatile crude oil prices and product spreads in oil refining and petrochemicals, 2) higher feedstock costs from lower gas supply, 3) asset impairments, and 4) regulatory changes on GHG emissions and single‑use plastics (<3% of capacity). Key ESG risks include environmental impact and the company’s transition to clean energy and a circular economy.
Download EN version click >> PTTGC_HighConviction260318_E.pdf