PDF Available  
Stock Note

Stock Note - NER บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์

By ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล|24 Feb 26 3:22 PM
สรุปสาระสำคัญ

แม้ราคาหุ้นมี Upside 8% จากเป้าหมายใหม่ที่หุ้นละ 5.20 บาท (อิง PER 3 ปีที่ 5.5 เท่าเช่นเดิม แต่ปรับใช้ EPS 69F ที่ 0.95 บาท โดยไม่อิง fully diluted เพราะราคาใช้สิทธิ NER-W2 สูงกว่าราคาตลาด ทำให้โอกาสใช้สิทธิมีน้อย) และมีจุดเด่นจ่ายปันผลสูง โดยล่าสุดบริษัทจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H68 หุ้นละ 0.26 บาท (XD 23 เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield ราว 5% แต่มีความเสี่ยงต้องติดตาม อาทิ ความไ่่ม่แน่นอนในมาตรการภาษีนำเข้าจากสหรัฐซึ่งอาจกระทบคำสั่งซื้อในอนาคต, การแข่งขันตลาดยางแท่งในจีนหลังคู่แข่งจากทวีปแอฟริกาได้รับสิทธิภาษี 0% ขณะที่่ไทยเสียภาษี 17% ทำให้ช่วงสั้น Risk/Reward ยังไม่คุ้มค่าในการเข้าซื้อใหม่ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Neutral"

ก่อนไปคิดอะไร

  • บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายและแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อผลักดันการเติบโตปี 2569 อย่างไร หลังมีกำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 395 ลบ. แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ (กำไรจาก Fx 17 ลบ., กำไรจากวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ 7 ลบ. และค่าสินไหมชดเชยอัคคีภัย 160 ลบ.) จะมีกำไรปกติ 212 ลบ. (ต่ำกว่าตลาดคาด 30%) หดตัว 56%YoY แรงกดดันมาจากยอดขายที่หดตัว 19%YoY เนื่องจากราคาขายยางเฉลี่ยอยู่ที่ 58.30 บาทต่อกก. หดตัว 11.2%YoY และมีปริมาณขายยาง 1.24 แสนตัน ลดลง 9%YoY อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวเป็น 8.4% จาก 8.8% ใน 4Q67 หลังมีต้นทุนยางเฉลี่ยสูงขึ้น และมี SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 3.2% จาก 8% ใน 4Q67 หลังมีค่าขนส่งสินค้าไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรปกติ 4Q68 หดตัว 38%QoQ โดยแม้มียอดขายเพิ่มขึ้น 7.5%QoQ หลังมีปริมาณขายยางเพิ่มขึ้น 10%QoQแต่ถูกหักล้างหมดด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว QoQ จากราคาขายยางลดลงและมี SG&A/Sales เพิ่มขึ้นหลังมีค่าขนส่งสินค้าไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปี 2568 NER มีกำไรปกติ 1,634 ลบ. หดตัว 2.3%YoY ต่ำกว่าที่เราคาดราว 10%

หลังไปได้อะไร

  • ปี 2569 ผู้บริหาร NER ตั้งเป้ายอดขาย 3.2 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 6%YoY ปัจจัยหนุนจากการมีปริมาณขายยางที่ 5.0 แสนตัน (+5%YoY) หลังมีแผนขยายลูกค้าใหม่ในกลุ่มอินเดียเพิ่มและคาดลูกค้าเก่าจะมีโมเมนตัมคำสั่งซื้อยางใน 1H69 ดีขึ้นหลังภาษีนำเข้าสหรัฐลดลงชั่วคราวจาก 19% เป็น 15% โดยปัจจุบันมีคำสั่งซื้อล่วงหน้ารองรับการผลิตยาวไปถึง มิ.ย. นี้แล้ว ส่วนราคาขายยางเฉลี่ยคาดไม่ต่ำกว่า 60 บาทต่อกก. หลังอุปทานยางโลกตึงตัวจาก El Niño และโรคใบร่วงในอินโดนีเซีย 
  • ส่วนงบลงทุนปีนี้ตั้งไว้ที่ราว 2 พันลบ. แบ่งเป็นสร้างโกดังใหม่ที่ไฟไหม้ไป 100 ลบ. (คาดสร้างเสร็จปลายปีนี้), เงินทุนหมุนเวียน 100 ลบ. และอีก 1,800 ลบ. สำหรับขยายโรงงานแห่งที่ 3 (กำลังผลิต 3.2 แสนตัน/ปี) คาดเริ่มสร้างใน 1Q69 และดำเนินการผลิตใน 1Q70 ทำให้สิ้นปี 2570 จะมีกำลังผลิตรวม 6.75 แสนตัน/ปี และเพิ่มเป็น 8.35 แสนตัน/ปีในปี 2571 เพียงพอรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าในระยะยาว รวมทั้งรองรับคำสั่งผลิตยางให้แก่ กยท. ปีละ 2.0 แสนตัน เป็นเวลา 5 ปี หลังเซ็น MOU กันไปในช่วง ต.ค. 68 โดยแหล่งเงินทุนที่ใช้จะมาจากกำไรสะสมและเงินกู้สถาบันการเงิน
  • 1Q69 คาดกำไรปกติจะลดลง YoY จากคำสั่งซื้อและราคาขายยางเฉลี่ยที่ลดลง โดยปัจจุบันราคาขายยางอยู่ที่ราว 60 บาทต่อ กก. ต่ำกว่าราคายาง 1Q68 ซึ่งสูงผิดปกติที่ 68.44 บาทต่อ กก. และกำไรปกติมีโอกาสอ่อนตัว QoQ โดยแม้ราคาขายและปริมาณขายยางจะทรงตัว QoQ แต่คาดถูกกดดันอัตรากำไรขั้นต้นที่แคบลงจากต้นทุนยางสูงขึ้น รวมทั้งมี SG&A สูงขึ้นจากขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อสะท้อนต้นทุนยางและ SG&A ที่สูงกว่าคาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปีนี้ราว 10% โดยภายใต้ประมาณการใหม่คาดปี 2569 NER จะมีกำไรปกติ 1,762 ลบ. เติบโตเพียง 8%YoY เนื่องจากปริมาณขายที่สูงขึ้นคาดจะถูกหักล้างด้วยราคาขายที่ลดลงและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
  • ความเสี่ยงสำคัญ คือ ความผันผวนของราคายางพารา, มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ, การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก,  ภาวะภัยแล้งจากเอลนีโญ, การแข็งค่าของเงินบาท ส่วนความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ การแปรรูปยางอาจก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศและเกิดน้ำเสียได้ (E) อย่างไรก็ดี บริษัทบริหารจัดการกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบและมีการติดตามผลต่อเนื่อง
Stocks Mentioned
NER.BK
Author
Slide2
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5