แม้ราคาหุ้นมี Upside 8% จากเป้าหมายใหม่ที่หุ้นละ 5.20 บาท (อิง PER 3 ปีที่ 5.5 เท่าเช่นเดิม แต่ปรับใช้ EPS 69F ที่ 0.95 บาท โดยไม่อิง fully diluted เพราะราคาใช้สิทธิ NER-W2 สูงกว่าราคาตลาด ทำให้โอกาสใช้สิทธิมีน้อย) และมีจุดเด่นจ่ายปันผลสูง โดยล่าสุดบริษัทจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H68 หุ้นละ 0.26 บาท (XD 23 เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield ราว 5% แต่มีความเสี่ยงต้องติดตาม อาทิ ความไ่่ม่แน่นอนในมาตรการภาษีนำเข้าจากสหรัฐซึ่งอาจกระทบคำสั่งซื้อในอนาคต, การแข่งขันตลาดยางแท่งในจีนหลังคู่แข่งจากทวีปแอฟริกาได้รับสิทธิภาษี 0% ขณะที่่ไทยเสียภาษี 17% ทำให้ช่วงสั้น Risk/Reward ยังไม่คุ้มค่าในการเข้าซื้อใหม่ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Neutral"
ก่อนไปคิดอะไร
หลังไปได้อะไร