วิธีการซื้อ ขาย วิธีการดูราคา ค่าธรรมเนียม

ซื้อ ขายสินทรัพย์

วิธีตรวจสอบรายการซื้อหรือขายกองทุนลดหย่อนภาษี (LTF SSF RMF ThaiESG)

วิธีตรวจสอบรายการซื้อหรือขายกองทุนลดหย่อนภาษี (LTF SSF RMF ThaiESG)

ท่านสามารถตรวจสอบด้วยตนเองผ่านแอป InnovestX ตามขั้นตอนดังนี้:
1) เข้าสู่ระบบ InnovestX Application
2) กดที่เมนู Portfolio
3) แตะที่เมนู Transaction และรูปตัวกรองที่ขวามือบน
4) เลือกวันที่ที่ต้องการ และเลือก product type เป็น "Fund" และ "Tax"

เกี่ยวกับกองทุนวายุภักษ์ (การจัดสรร/เงินปันผล)

เกี่ยวกับกองทุนวายุภักษ์ (การจัดสรร/เงินปันผล)

การจัดสรรกองทุน
กรณีที่คุณเคยให้เลขบัญชีในขั้นตอนการจองกองทุน คุณสามารถตรวจสอบจำนวนหน่วยจัดสรรได้ด้วยตนเอง โดยมีขั้นตอนดังนี้
1) เข้าสู่ระบบ InnovestX application
2) เข้าไปที่เมนู portfolio
3) แตะที่ asset > เลือก Stock และดูที่หุ้นไทย

ในกรณีที่คุณเลือกฝากไว้กับศูนย์ฝากหลักทรัพย์ TSD (บัญชี 600) คุณต้องกรอกแบบฟอร์มศรท. 403 และนำส่งสำเนาบัตรประชาชนที่ไม่หมดอายุ พร้อมเซ็นรับรองสำนาถูกต้อง ขีดคร่อม "เพื่อโอนหลักทรัพย์เท่านั้น" ก่อนส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ด้านล่าง :

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด
อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า เลขที่ 18 อาคาร 1 ชั้น 2, เลขที่ 19 อาคาร 3 ชั้น 2 และ 20 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

เงินปันผลของกองทุนวายุภักษ์
จ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ตามผลกำไรที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนรวม และหรือเงินสำรองเงินปันผล
ซึ่งเงินปันผลจะเข้าสู่เลขที่บัญชีออมทรัพย์ที่คุณได้ให้ไว้กับทางบริษัท
โดยผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 3% ต่อปีและไม่เกิน 9% ต่อปี ซึ่งจะกำหนดไว้เป็นอัตราคงที่ 10 ปี

W-8BEN คืออะไร การสมัครและต่ออายุ W-8BEN

W-8BEN คืออะไร การสมัครและต่ออายุ W-8BEN

W-8BEN คือ แบบภาษีที่กรมสรรพากรสหรัฐอเมริกา (IRS) กำหนดให้บุคคลต่างชาติทุกคนที่มีรายได้ในสหรัฐอเมริกา
ต้องยื่นเพื่อรับรองว่าไม่ได้เป็นบุคคลสัญชาติอเมริกัน ไม่ได้ทำงานหรือไม่ได้ประกอบธุรกิจในสหรัฐอเมริกา
การยื่นแบบภาษี W-8BEN ทำให้ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ลดภาษีเงินปันผลจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 15 เมื่อมีการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ
ท่านจะได้รับการสมัคร W-8BEN และได้รับยกเว้นค่าบริการ 2,000 บาทในการยื่นแบบภาษี และเมื่อครบกำหนดท่านจะได้รับการต่ออายุและยกเว้นค่าบริการทุกๆ 3 ปีปฏิทินอัตโนมัติ

ซื้อขาย DR

ความเสี่ยงของ DR มีอะไรบ้าง

DR มีตัวอย่าง 4 ความเสี่ยงหลักๆ :

1) ด้านความผันผวนของราคาหลักทรัพย์อ้างอิง

2) ด้านความผันผวนของอัตราการแลกเปลี่ยน

3) ด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์อ้างอิง

4) ความน่าเชื่อถือของผู้ออก DR

DR ต่างจากหุ้นต่างประเทศอย่างไร

การลงทุน DR จะสะดวกกว่าการลงทุนหุ้นต่างประเทศ ด้วย 3 เหตุผล:

1) ไม่ต้องแลกเงินสกุลต่างประเทศ

2) ไม่ต้องเปิดบัญชีเพิ่ม ใช้บัญชีหุ้นไทย สกุลเงินไทยบาท ในการซื้อขายได้เลย

3) ไม่ต้องเสียภาษี capital gain เหมือนการลงทุนหุ้นต่างประเทศ

โอน DRX เป็น DR อย่างไร?

หลังจากวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 

ท่านจะเห็ร DRx ในพอร์ตการลงทุน DR ของท่านทันที

โดยท่านไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ

 

หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Line: @InnovestX หรือ Facebook Inbox: InnovestX

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราช่วยเหลือนะครับ

DR มีกี่ตัวเลือก

โอกาศลงทุนหุ้นนอกง่ายๆ เหมือนซื้อหุ้นไทย ไม่เสียภาษีหุ้นต่างประเทศผ่าน DR
ศึกษาเพิ่มเติม คลิก

DR คืออะไร

ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ (DR) เป็นตราสารทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ โดยการซื้อขาย DR ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศทางอ้อม พร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ที่ใกล้เคียงกับการถือครองหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรง

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.innovestx.co.th/products/depositary-receipt/dr

DR ดีอย่างไร

3 จุดเด่นขอ DR เมื่อเทียบกับหุ้นต่างประเทศ

1. ภาษีที่เป็นมิตร

กำไรจากส่วนต่างราคาได้รับการยกเว้นภาษี

เสียภาษีเงินปันผลเพียง 10% (ต่ำกว่าการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยตรง)

2. สะดวกในการซื้อขาย

ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET)

ใช้เงินบาทโดยตรง ไม่ต้องกังวลอัตราแลกเปลี่ยน

3. ได้ประสิทธิภาพ

เพราะได้ราคาซื้อขาย Real-time ไม่ต้องรอ NAV เหมือนกองทุน

วิธีการซื้อ ขาย DR

วิธีการส่งคำสั่งซื้อ DR

1. เข้าสู่ระบบบนแอป Streaming และเลือกบัญชีหุ้นไทย xx2xxxxxxx
2. กรณีที่คุณมีบัญชีหุ้นไทยมากกว่า 1 บัญชี คุณสามารถเลือกบัญชี เติมเงิน (Cash balance) เลขบัญชีขึ้นต้นด้วย xx2xxxxxxx

1. ระบุ DR ที่คุณต้องการซื้อ จำนวน และราคา
2. กรอก PIN 6 หลักเพื่อคอนเฟิร์ม
 
หมายเหตุ กรณีลืม PIN คุณสามารถตั้งรหัส PIN ใหม่ได้ตามคู่มือนี้ Link

1. ระบบจะทำการสรุปออร์เดอร์ที่คุณส่งเข้ามา
2. หากยืนยัน กด Confirm

1. เมื่อสถานะ (status) เป็น matched ถือว่าคุณดำเนินการเสร็จสิ้น
2. คุณสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ที่เมนู Portfolio

วิธีการส่งคำสั่งขาย DR

1. เข้าสู่ระบบบนแอป Streaming และเลือกบัญชีหุ้นไทย xx2xxxxxxx
2. กรณีที่คุณมีบัญชีหุ้นไทยมากกว่า 1 บัญชี คุณสามารถเลือกบัญชี เติมเงิน (Cash balance) เลขบัญชีขึ้นต้นด้วย xx2xxxxxxx

1. ระบุ DR ที่คุณต้องการขาย จำนวน และราคา
2. กรอก PIN 6 หลักเพื่อคอนเฟิร์ม
 
หมายเหตุ กรณีลืม PIN คุณสามารถตั้งรหัส PIN ใหม่ได้ตามคู่มือนี้ Link

1. ระบบจะทำการสรุปออร์เดอร์ที่คุณส่งเข้ามา
2. หากยืนยัน กด Confirm

1. เมื่อสถานะ (status) เป็น matched ถือว่าคุณดำเนินการเสร็จสิ้น
2. คุณสามารถตรวจสอบธุรกรรมได้ที่เมนู Portfolio

เวลาซื้อขาย

DR เทรดได้ทั้งกลางวัน-กลางคืน เริ่ม 6 พ.ค. 68 นี้

ซื้อขาย DR ได้เมื่อไหร่บ้าง?

• Day Session (เทรดได้ทุก DR): 10.00 - 16.30 น.

• Night Session (เฉพาะ DR ทวีปอเมริกา-ยุโรป): 19.00 - 03.00 น.

จุดเด่นของการเทรด DR ในรอบกลางคืน:

• เทรดตามเวลาตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปแบบเรียลไทม์

• ตอบโจทย์นักลงทุนที่ทำงานประจำ หรือเทรดช่วงกลางคืน

• เทรดสะดวกผ่านบัญชีหุ้นไทย ไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่

• เปิดพอร์ตหุ้นไทยไว้ ก็พร้อมเทรดหุ้นต่างประเทศทันที

ซื้อ ขาย TFEX

ขอเพิ่มวงเงิน TFEX

ท่านสามารถติดต่อ InnovestX Customer Service ผ่านแชท Line: @InnovestX หรือ Facebook Inbox: InnovestX

เพื่อขอเพิ่มวงเงินกับเจ้าหน้าที่นะครับ

ซื้อ และขายกองทุนรวม

วิธีการดูว่ากองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลหรือไม่

ลูกค้าสามารถทำรายการได้ด้วยตนเองผ่านแอป InnovestX โดยมีขั้นตอนด้านล่างนี้

1) เข้าสู่ระบบ InnovestX app

2) กดที่เมนู Portfolio

3) แตะที่ตัวกรอง Fund

4) เลือกกองทุนที่สนใจ

5) เลื่อนไปที่หัวข้อ "เงินปันผล"

Thai ESGx คืออะไร สับเปลี่ยนจาก LTF ได้ไหม?

Thai ESGx คือ กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนพิเศษ (Thailand ESG Extra Fund)  เป็น กองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นไทย และ/หรือ ตราสารหนี้ไทย ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์เดียวกับ Thai ESG โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งเงินลงทุนใหม่ และการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF สำหรับการลงทุนในช่วง พ.ค. - มิ.ย. 68

ศึกษา หรืออ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ InnovestX Cafe

เงื่อนไขในการลงทุน Thai ESGx มีอะไรบ้าง?

รายละเอียดสิทธิประโยชน์ทางภาษี Thai ESGXแบ่งออกเป็น 2 วงเงินใหม่ โดยไม่รวมคำนวณกับกองทุน Thai ESG เดิม, RMF และกลุ่มลดหย่อนเกษียณอื่นๆ ได้แก่

1. วงเงินลดหย่อนที่ 1 - "เงินใหม่" - ลงทุนใน Thai ESGX ด้วยเงินลงทุนใหม่ วงเงินไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (เฉพาะปี 2568)

2. วงเงินลดหย่อนที่ 2 – "สับเปลี่ยนจาก LTF" - เป็นการให้สิทธิสำหรับผู้ลงทุนที่ถือครอง LTF เดิม โดยสับเปลี่ยนไปยัง Thai ESGX ในระยะเวลาที่กำหนด และต้องเป็นการ สับเปลี่ยนในทุกกองทุน ทุก บลจ. สูงสุด 500,000 บาท

หมายเหตุ: สำหรับวงเงินลดหย่อนที่ 2 ผู้ลงทุนต้องสับเปลี่ยนจาก LTF เดิมที่มีอยู่ ณ 11 มี.ค. 68 ในทุกกองทุน ทุก บลจ. ไปยัง Thai ESGX ทั้งหมด หากสับเปลี่ยนไม่ครบจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินนี้ได้

ทั้งนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

หากมี LTF เดิมอยู่เกิน 500,000 บาท สามารถขายออกบางส่วนเพื่อใช้สิทธิวงเงินลดหย่อนที่ 2 ได้หรือไม่?

ไม่ได้ หากมีการขายหรือสับเปลี่ยน LTF หลัง 11 มี.ค. 68 จะทำให้ไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 แต่หากมีการขายหรือสับเปลี่ยน LTF บางส่วนไปก่อนภายใน 11 มี.ค. 68 ยังคงสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 ได้

สนใจใช้วงเงินลดหย่อนที่ 2 สูงสุด 500,000 ต้องยื่นลดหย่อนอย่างไร?

วงเงินที่ 2 เป็นการใช้สิทธิทยอยลดหย่อน โดยปีแรกสูงสุด 300,000 บาท และปีที่ 2-5 ปีละ 50,000 บาทจนครบ 200,000 บาท

ทั้งนี้ กรณีมีสับเปลี่ยน LTF ไปยัง Thai ESGX ด้วยจำนวนเงินไม่ถึง 500,000 บาท จะเป็นการใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มก่อนในแต่ละปี แล้วค่อยลดหย่อนในส่วนที่เหลือ

ตัวอย่าง: สับเปลี่ยน LTF ไปยัง Thai ESGX ด้วยยอดเงิน 420,000 บาท

- ปีที่ 1 (2568): 300,000 บาท

- ปีที่ 2-3 (2569-2570): 50,000 บาท/ปี

- ปีที่ 4 (2571): 20,000 บาท (ส่วนที่เหลือ)

สรุปสิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในปี 2568 คือเท่าไหร่?

1,400,000 บาท = RMF สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท + Thai ESG เดิม สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

+ Thai ESGX วงเงินที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท

+ Thai ESGX วงเงินที่ 2 ไม่เกิน 300,000 บาท

ทั้งนี้ RMF ต้องนำไปรวมกับกลุ่มลดหย่อนเกษียณอื่นๆ และลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท, Thai ESG ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท, Thai ESGX วงเงินลดหย่อนที่ 1 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และ Thai ESGX วงเงินลดหย่อนที่ 2 สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (สำหรับปี 2568)

 

วิธีซื้อ และขายกองทุนรวม


วิธีการซื้อกองทุนรวม

1) เข้าสู่ระบบแอป InnovestX

2) เลือกกองทุนที่ท่านสนใจและศึกษา Fund fact sheet

3) กด "ซื้อ" และเลือกบัญชีชำระเงิน (บัญชีบริหารเงินสด (Cash) หรือบัญชีที่ท่านผูก ATS ไว้) โดยเงินจะถูกหักทันทีเมื่อท่านยืนยันส่งคำสั่งซื้อ*

4) ระบุเงินลงทุน ตรวจสอบข้อมูล ก่อนยืนยันการทำรายการ

วิธีขายซื้อกองทุนรวม

1) เข้าสู่ระบบแอป InnovestX

2) กด Portfolio และเลือกกองทุนที่ต้องการขาย

3) กด "ขาย" และระบุจำนวนที่ต้องการขาย และเลือกบัญชีรับเงิน ซึ่งระยะเวลาที่จะได้รับเงินจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุนรวม

4) ตรวจสอบข้อมูล ก่อนยืนยันการทำรายการ

*หากท่านยกเลิกคำสั่งซื้อ ท่านจะได้รับเงินคืนผ่านบัญชี Cash บนแอป InnovestX โดยสามารถดูได้จาก เลือก "Portfolio" ที่บริเวณมุมขวาล่างของหน้าจอ และ เลือก "Cash Management" ที่บริเวณแถบเลื่อนด้านบนของหน้าจอ

 

หากทำรายการซื้อ ขายหลังเวลาปิดรับคำสั่ง รายการของท่านจะมีผลในวันทำการถัดไป

หากต้องการสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อ Line: @InnovestX เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราช่วยเหลือ

ซื้อ ขาย หุ้นไทย

สนใจทำ Tender KEX (KEX Express Thailand)

ชื่อหลักทรัพย์: บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) – KEX

ระยะเวลารับซื้อ: 21 ก.ค. 2568 - 24 ก.ย. 2568 (เฉพาะวันทำการ) ระหว่างเวลา 9:00 น.– 16:00 น.

อัตราส่วนหุ้นเดิมกับหุ้นใหม่: 1.50 บาท (สุทธิ 1.4959875 บาท)

วันที่คาดว่าได้หุ้นใหม่เป็นวันที่เท่าไหร่: 26-Sep-68

**ทาง InnovestX ปิดรับเอกสารในวันที่ 19 ก.ย. 2568 เวลา 16:00 น. **

วิธีการทำ Tender สำหรับลูกค้า InnovestX

ช่องทางออนไลน์

1). กดลิงก์เพื่อตอบรับคำเสนอซื้อ: คลิกที่นี่ ลิ้งค์

(ระบบ Online E-Tender ปิดวันที่ 22 ก.ย. 2568 เวลา 16:00 น. ปิดก่อนวันสุดท้าย 2 วันทำการ)

2). โอนหุ้น Tender ผ่านแอป Streaming ตามขั้นตอนดังนี้:

a) เข้าสู่ระบบที่แอป Streaming

b) ไปที่เมนู "More" และเลือก "InnovestX eService"

c) เลือกเมนู "โอนหุ้นระหว่างพอร์ต / โอนหุ้นเพื่อทำ Tender Offer"

d) เลือกบัญชีหุ้น และใส่รหัส PIN 6 หลัก และกด "Submit"

e) เลือกบัญชีหุ้น และเลือกหัวข้อ "โอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์อื่นๆ (ภายในชื่อเจ้าของบัญชีเดียวกัน)

f) ระบุชื่อบริษัทหลักทรัพย์ปลายทางเป็น "บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน))

g) ระบุเลขที่บัญชีหลักทรัพย์ปลายทางเป็น "224-000000036-0"

h) เลือกหลัพทรัพย์ที่ต้องการโอน และระบุจำนวนที่ต้องการโอน

i) ชำระเงินและแนบหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมการโอนหลักทรัพย์

j) กดต่อไปแล้วยืนยันการทำรายการ

*ค่าธรรมเนียม 50 บาท ต่อ 1 หลักทรัพย์

**เฉพาะกรณีโอนหุ้นไปยังบริษัทหลักทรัพย์อื่นๆ***

(โดยแนบเอกสารการชำระ Bill Payment ด้วย SCB Easy หรือผ่านสาขา ธนาคารไทยพาณิชย์ เท่านั้น ชื่อบัญชี บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เลขที่บัญชี 111-391230-4 ประเภทบัญชี กระแสรายวัน โดย Ref1. ระบุเลขที่บัญชีหลักทรัพย์/Ref2. ระบุเลขที่บัตรประชาชน)

ช่องทางเอกสาร (Hard Copy) กรุณากรอกเอกสารทั้งหมดให้ถูกต้องและครบถ้วน

1. แบบคำขอถอน/โอนหลักทรัพย์ ดาวน์โหลดเอกสาร ได้ที่ลิ้งค์

2. หลักฐานชำระค่าธรรมเนียม 50 บาท ผ่าน Bill Payment เข้าบัญชี บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เลขที่ 111-3-91230-4 ดาวน์โหลดใบชำระเงินได้ที่ลิ้งค์

3. แบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ดาว์นโหลดเอกสารแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้ทิ่ลิ้งค์ กรณีเป็น NVDR กรุณาดาว์นโหลดเอกสารที่ลิ้งค์

4. สำเนาบัตรประชาชน / ใบต่างด้าว / หนังสือเดินทาง ที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

5. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (เฉพาะ BBL, KTB, BAY, KBANK, CIMBT, TTB, SCB, UOBT)

6. แบบฟอร์ม “บัตรตัวอย่างลายมือชื่อ” 1 ชุด และแนบสำเนาบัตรประชาชนพร้อมลงนาม "สำหรับ InnovestX" เท่านั้น ดาว์นโหลดเอกสารได้ที่ลิ้งค์

คำถามที่พบบ่อย ในการใช้แอป streaming

1) Username Streaming คืออะไร - Username ของท่านคือเลขบัญชีหุ้นไทย สามารถดูได้ใน SCB Easy > Home > Investments > ลงทุนผ่าน InnovestX > หมายเลขบัญชี cash balance (บัญชีเงินสด)

2) หากลืม Password Streaming ต้องทำอย่างไร - สามารถดำเนินการรีเซ็ตได้ตามขั้นตอนในระบบ

3) หากลืม PIN 6 หลักต้องทำอย่างไร - เข้าสู่แอป Streaming > กดเมนู More (ขวาล่าง) > InnovestX eService > ลืม PIN > ยืนยันตัวตนผ่าน OTP และตั้งรหัสใหม่

ต้องส่งเอกสารไปที่ไหน

ที่อยู่จัดส่งไปรษณีย์

จ่าหน้า: บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัด (เพื่อจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน)

เลขที่ 19 อาคาร 3 ชั้น 2 และ 20

ไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า ถนนรัชดาภิเษก

แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

(เอกสารการใช้สิทธิ Tender Offer หุ้น KEX )

กรุณาดำเนินการให้เสร็จก่อนวันที่ 25 เม.ย. 2568

ควรใช้บริการใดในการจัดส่งเอกสาร

เพื่อป้องกันเอกสารส่งถึงล่าช้าเกินกำหนดหรือสูญหาย บริษัทฯ แนะนำให้ท่านส่งเอกสารด้วยบริการ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS หรือ EMS Super Speed) โดยท่านสามารถตรวจสอบระยะเวลาการจัดส่งเอกสารได้ที่ไปรษณีย์ไทย และกรุณาเก็บหมายเลขลงทะเบียนไว้สำหรับตรวจสอบสถานะการส่งเอกสาร ตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้ที่ลิ้งค์

ต้องการเอกสาร หนังสือสาระสนเทศ ดูได้ที่ไหน

สามารถดูได้ที่ลิ้งค์

Disclaimer

รายละเอียดด้านบนเฉพาะลูกค้าบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เท่านั้น ถ้าลูกค้าไม่นำส่งเอกสาร หรือ เอกสารไม่ครบสมบูรณ์ทำให้ไม่สามารถดำเนินการแทนได้ ตามวันเวลาที่กำหนด หากเกิดความเสียหายใดๆ บริษัทฯจะไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของทางบริษัทฯ

 

วิธีซื้อ และขายหุ้นไทย

ท่านสามารถซื้อและขาย หุ้นไทย ได้ผ่านแอป Streaming โดยเข้าใช้งานได้ 2 ช่องทางคือ

1. ผ่านแอป InnovestX ล๊อคอิน > เลือก "Streaming" ที่หน้า Home และระบบจะพาท่านสู่แอป Streaming

2. ผ่านแอป Streaming โดยเลือกโบรกเกอร์ "INVX" Username คือเลขบัญชีหุ้นไทย วิธีดูเลขบัญชี คลิก จากนั้น Log-in

หากท่านลืมรหัสผ่านสามารถกด "Forgot Password" จากนั้นทำตามขั้นตอน

 

ขั้นตอนการส่งคำสั่ง "ซื้อ/ขาย"

เลือกเมนู Buy/Sell ที่แถบด้านล่าง

จากนั้นเลือกแถบด้านบน ต้องการซื้อ เลือก "Buy" ต้องการขายเลือก "Sell"

 

1. ใส่ชื่อหุ้นที่ต้องการซื้อหรือขาย

2. ใส่จำนวน (Volume)

3. ใส่ราคา (Price)

4. ใส่ PIN 6 หลักที่ได้ตั้งไว้ กรณีซื้อกด "Buy" กรณีขายกด "Sell"

5. ตรวจสอบรายการซื้อขายบน Pop-up และ "Confirm"

หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

Buy-Streaming


 


กองทุนวายุภักษ์ เงินปันผล

เงินปันผลของกองทุนวายุภักษ์

จ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ตามผลกำไรที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนรวม และหรือเงินสำรองเงินปันผล ซึ่งเงินปันผลจะเข้าสู่เลขที่บัญชีออมทรัพย์ที่คุณได้ให้ไว้กับทางบริษัท

โดยผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 3% ต่อปีและไม่เกิน 9% ต่อปี ซึ่งจะกำหนดไว้เป็นอัตราคงที่ 10 ปี

กองทุนวายุภักษ์ การจัดสรร

การจัดสรรกองทุน วายุภักษ์

กรณีที่คุณเคยให้เลขบัญชีในขั้นตอนการจองกองทุน วายุภักษ์ คุณสามารถตรวจสอบจำนวนหน่วยจัดสรรได้ด้วยตนเอง โดยมีขั้นตอนดังนี้

1) เข้าสู่ระบบ InnovestX application

2) เข้าไปที่เมนู portfolio

3) แตะที่ asset > เลือก Stock และดูที่บัญชีหุ้นไทย

ในกรณีที่คุณเลือกฝากไว้กับศูนย์ฝากหลักทรัพย์ TSD (บัญชี 600) คุณจำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มศรท. 403 โดยสามารถขอรับแบบฟอร์มศรท.403 ได้ที่ [email protected] หรือ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ TSD โทร 02-009-9999 และนำส่งสำเนาบัตรประชาชนที่ไม่หมดอายุ พร้อมเซ็นรับรองสำนาถูกต้อง ขีดคร่อม ""เพื่อโอนหลักทรัพย์เท่านั้น"" ก่อนส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ด้านล่าง :

* กรณีมีบัญชีลงทุนกับอินโนเวสท์ เอกซ์ แล้ว ส่งถึงผู้ดูแลบัญชีของท่าน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด

อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า เลขที่ 18 อาคาร 1 ชั้น 2, เลขที่ 19 อาคาร 3 ชั้น 2 และ 20 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

* กรณีไม่มีบัญชีลงทุนกับอินโนเวสท์ เอกซ์ ส่งถึงฝ่ายชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด

อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า เลขที่ 18 อาคาร 1 ชั้น 2, เลขที่ 19 อาคาร 3 ชั้น 2 และ 20 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

ซื้อ ขาย หุ้นต่างประเทศ

ถ้าต้องการลงทุนในหุ้นประเทศจีน ต้องทำอย่างไร?

ก่อนอื่น ตรวจสอบว่าหุ้นบริษัทที่คุณต้องการลงทุน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ใด

หุ้นบริษัทประเทศจีนเช่น Tencent หรือ Alibaba หรือ Xiaomi ปัจจุบันถูกลิ้สต์อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hang Seng)

กรณีบริษัทที่ต้องการลงทุนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง คุณสามารถแลกเงินฮ่องกง เพื่อซื้อหุ้นที่คุณต้องการได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้:

1. เข้าสู่ระบบ InnovestX app

2. เลือก "exchange"

3. เลือก "from" เป็นสกุลเงินที่คุณต้องการ และ "to" เป็นสกุลเงิน HKD โดยขั้นต่ำในการแลกเงินอยู่ที่ 10 HKD

4. ระบุจำนวนเงินที่ท่านต้องการ

5. ตรวจสอบรายการ หากยืนยัน เลือกเพื่อทำรายการ

6. เงินจะอยู่ที่ wallet HKD และท่านสามาระดำเนินการในการซื้อหุ้นต่อไป

กรณีที่บริษัทประเทศจีนที่ท่านต้องการลงทุน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศจีน

กรณีบริษัทที่ต้องการลงทุนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จีน คุณสามารถแลกเงินยวน เพื่อซื้อหุ้นที่คุณต้องการได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้:

1. เข้าสู่ระบบ InnovestX app

2. เลือก "exchange"

3. เลือก "from" เป็นสกุลเงินที่คุณต้องการ และ "to" เป็นสกุลเงิน CNY โดยขั้นต่ำในการแลกเงินอยู่ที่ 6,300 CNY

4. ระบุจำนวนเงินที่ท่านต้องการ

5. ตรวจสอบรายการ หากยืนยัน เลือกเพื่อทำรายการ

6. เงินจะอยู่ที่ wallet CNY และท่านสามาระดำเนินการในการซื้อหุ้นต่อไป

เพิ่มประสบการณ์การซื้อขายหุ้นด้วยฟีเจอร์เหล่านี้

1. เทรดได้ไม่ต้องเฝ้าจอ ด้วย conditional order

ตั้ง take profit / stop loss ได้พร้อมกัน และ price alert ได้ ด้วยวิธีดังนี้

การตั้ง Take profit/ stop loss

1. เลือกหุ้นที่คุณต้องการและกดปุ่ม ซื้อหรือ ขาย

2. กดปุ่ม Enable Take Profit/ Stop Loss

3. ระบุ Take Profit และ Stop Loss ที่คุณต้องการ

4. เลื่อนเพื่อยืนยันการทำรายการ

การตั้ง Price Alert

1. ค้นหาหุ้นที่คุณต้องการ

2. กดปุ่ม "ตั้งเตือน" ที่มุมขวาล่างของจอ

3. ระบุตัวเลขเป็นราคา หรือเปอร์เซ็นต์ที่คุณต้องการ ก่อนยืนยันด้วยการกด "ตั้งราคาแจ้งเตือน"

2. แลกเงิน THB <> USD ฟรีทั้งสองขา

แลกเงินแล้วลงทุนได้ทันทีไม่ต้องรอข้ามวัน พร้อมกับแลกเงินไปสกุลอื่นได้ทันที ไม่ต้องแลกกลับเป็นเงินบาท ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี สามารถดูวิธีแลกเงินได้ทีนี่ ลิ้งค์

3. เทรดบนกราฟ TradingView ได้

4. เทรดหุ้นต่างประเทศด้วยราคา real time

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐเมริกา คุณสามารถ subscribe บริการ Real time market data และดูราคา ผ่านแอป InnovestX ได้ด้วยวิธีดังนี้

1. เข้าเมนูโปรไฟล์ โดยแตะที่เมนูรูปคนซ้ายบนของหน้า Home

2. เลือกเมนู "บริการข้อมูลตลาด real-time (อเมริกา)

3. อ่านรายละเอียดบริการ และหากยืนยันกด "สมัครบริการ"

*ฟีเจอร์นี้จะยังไม่รองตลาดอื่นเช่น ฮ่องกง หรือตลาดต่างประเทศ (จีน ยุโรป แคนาดา ญี่ปุ่น)

Personalization Advisory

1. รับ notification ที่คัดมาให้เหมาะกับคุณ

- อ่านข่าวการลงทุนได้ที่หน้า Home ตรง Morning Brief เพื่อตัดสินใจว่าอยากลงทุนอย่างไร และคุณสามารถอ่านข่าวที่เกี่ยวกับพอร์ตของคุณได้โดยตรงที่ Portfolio News

- รับแจ้งเตือนปันผลผ่าน notification ตรง แถบ "for you" สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในพอร์ตคุณ

วิธีดูเงินคงเหลือของสกุลเงินนั้นๆ

เข้าสู่ระบบในแอป InnovestX

1) เลือกเมนู portfolio

2) เลือกเมนู wallet

3) เลือกดูสกุลเงินที่คุณต้องการ

ของสกุลเงินไทย จะมีบัญชีย่อย เช่น Wallet (THB) บัญชีหุ้นไทย (ยอดรวม cash balance และ cash account) TFEX และบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล

ของสกุลเงินสหรัฐจะมีบัญชีย่อย เช่น US market คือสกุลเงินที่ไว้ใช้ลงทุนในหุ้นสหัรฐ และ Other market คือสกุลเงิน USD ที่ไว้ใช้ลงทุนในประเทศอื่นๆ

วิธีซื้อ และขายหุ้นต่างประเทศ

เข้าสู่ระบบในแอป InnovestX

1) กดเมนู Trade และเลื่อนดูหุ้นหรือกองทุนที่ท่านสนใจ หรือ พิมพ์ชื่อหุ้น ชื่อกองทุน ที่ช่องค้นหา ได้ที่แถบค้นหาด้านบน

2) กรอกชื่อ หรือ code หุ้นที่ต้องการค้นหาและกดเลือกสินทรัพย์

3) คุณสามารถศึกษาข้อมูลของหุ้นตัวนั้นได้ที่หน้าจอ product information ซึ่งจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่เลือก

4) กดซื้อหรือขาย เมื่อต้องการทำธุรกรรม

5) ระบุจำนวนหุ้น ราคา หรือประเภทคำสั่ง และเลื่อนปุ่มด้านล่างเพื่อยืนยันคำสั่ง

6) ตรวจสอบคำสั่งซื้อหรือขายที่หน้าจอเพื่อยืนยันทำรายการ

ค่าธรรมเนียมหุ้นต่างประเทศสามารถดูได้ที่ https://www.innovestx.co.th/products/stock/offshore

ลงทุนหุ้นต่างประเทศ

การยืนยันสถานะความเป็นบุคคลอเมริกันและผู้มีถิ่นที่อยู่ภาษีในประเทศอื่น (FATCA & CRS) คืออะไร?

FATCA คืออะไร และเกี่ยวข้องกับใคร ?

Foreign Account Tax Compliance Act (FATCA) & Common Reporting Standard (CRS) คือ การยืนยันสถานะความเป็นบุคคลอเมริกันและผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศอื่น

Foreign Account Tax Compliance Act (FATCA) คือ กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ออกมาเพื่อบังคับให้สถาบันการเงิน ที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกันนอกประเทศสหรัฐอเมริกา (Foreign Financial Institution หรือ FFI) จะต้องทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ

1.รายงานข้อมูลบัญชีและธุรกรรมทางการเงินของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสัญชาติอเมริกัน ที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินนั้นๆ ไปยังกรมสรรพากรสหรัฐฯ เพื่อให้ได้รับข้อมูลของพลเมืองสหรัฐฯ และนิติบุคคลสหรัฐฯ ที่มีรายได้จากนอกสหรัฐฯ อย่างครบถ้วนโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557

2.หักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จำนวน 30% ของรายได้ที่มีแหล่งที่มาหรืออ้างอิงหลักทรัพย์จากสหรัฐฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อมของสถาบันการเงิน นิติบุคคล และเจ้าของบัญชี ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎของ FATCA (Recalcitrant Account holders) และนำส่งให้กับกรมสรรพากรสหรัฐฯ2557

InnovestX เราให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายสหรัฐอเมริกาว่าด้วยการป้องกันมิให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีสถานะเป็นบุคคลอเมริกันหลีกเลี่ยงภาษี (Foreign Account Tax Compliance Act: FATCA) และมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินแบบอัตโนมัติ (Common Reporting Standard - CRS)

เราจึงมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลของลูกค้า รวมถึงการขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม และนำส่งกรมสรรพากร

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถอัปเดตสถานะได้ในแอป InnovestX หลังจากกดปุ่มซื้อกองทุน SSF และ RMF ลดหย่อนภาษี โดย >>กดยืนยัน >> และกดอัปเดตสถานะ หรือสามารถดำเนินการดังนี้

1. ไปที่เมนู รูปคน(ด้านบนขวา)

2. เลือก "บัญชีและข้อมูลส่วนบุคคล"

3. ใส่ PIN

4. เลือก "ปรับปรุงข้อมูลส่วนตัวและทบทวนแบบประเมินความเสี่ยงการลงทุน"

5. กด ลูกศรชี้้ลงที่บรรทัด Personal info / ข้อมูลส่วนตัว

6. เลื่อก FATCA & CRS / แบบแจ้งข้อมูลถิ่นที่อยู่ทางภาษี

7. ดำเนินการตามหน้าจอ แล้วกดปุ่ม "Update"

คำสงวนสิทธิ์

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้แก่ลูกค้าเท่านั้น มิใช่เป็นคำแนะนำ หรือการให้คำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากรของประเทศสหรัฐอเมริกา หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว ท่านสามารถขอคำแนะนำได้จากที่ ปรึกษาด้านภาษีอากรของท่าน หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.irs.gov/FATCA

ค่าธรรมเนียม และวิธีการยื่นแบบภาษีของสหรัฐฯ (W-8BEN)

W-8BEN คือ แบบภาษีที่กรมสรรพากรสหรัฐอเมริกา (IRS) กำหนดให้บุคคลต่างชาติทุกคนที่มีรายได้ในสหรัฐอเมริกา ต้องยื่นเพื่อรับรองว่าไม่ได้เป็นบุคคลสัญชาติอเมริกัน ไม่ได้ทำงานหรือไม่ได้ประกอบธุรกิจในสหรัฐอเมริกา

การยื่นแบบภาษี W-8BEN ทำให้ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ลดภาษีเงินปันผลจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 15 สำหรับหุ้นที่ได้รับประโยชน์จาก W-8BEN เมื่อมีการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ

หากท่านซื้อหุ้นประเทศสหรัฐอเมริกาสำเร็จ ระบบจะสมัคร W-8BEN ให้อัตโนมัติและได้รับยกเว้นค่าบริการ 2,000 บาทในการยื่นแบบภาษี โดยสถานะ W-8BEN จะอายุ 3 ปีปฏิทิน

ยื่นภาษี 2567

วิธีการขายกองทุน LTF ทำอย่างไร

ท่านสามารถทำการขายกองทุน LTF ที่ครบกำหนดได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX

วิธีการขายกองทุนบนแอปพลิเคชัน InnovestX:

1. Log in แอป InnovestX และเลือกเมนู "Portfolio" ที่มุมขวาล่าง

2. เลือก "Fund" --> และเลือกกองทุน LTF ที่ต้องการขาย

3. เลือก "ขาย" และระบุจำนวนหน่วยลงทุนที่ต้องการ

4. เลือกบัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน และ เลือก "ตรวจสอบข้อมูล"

หลังจากการขายกองทุน LTF เงินจะเข้าบัญชีธนาคารตามที่ท่านได้เลือกไว้ โดยจะมีระยะเวลาการจัดสรรของกองทุน ไม่เกิน 14 วันทำการ

วิธีดูปันผล

ปันผลกองทุน

ลูกค้าสามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง

ผ่านแอป InnovestX ตามขั้นตอนด้านล่าง

1) เข้าสู่ระบบ InnovestX app

2) กดที่เมนู Portfolio

3) แตะที่เมนู "cash statement"

4) เลือกเดือนและสกุลเงินที่ท่านต้องการ

5) ปันผลจะถูกระบุว่า "dividend"

ปันผลหุ้นไทย

ลูกค้าสามารถดูปันผลหุ้นไทย โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. เข้าสู่เว็บไซต์ https://innovestxonline.settrade.com/invx/index.jsp ( คลิก) และ Login ด้วย Username & Password เดียวกับ แอป Streaming

2. เลือกเมนู 'พอร์ตการลงทุน' ที่แถบด้านบน และเลือก หลักทรัพย์ที่ได้สิทธิ์จากการขึ้นเครื่องหมาย

3. โดยปันผลมี 2 ประเภท

(1) ปันผลเป็นเงิน: จะจ่ายเข้าบัญชีออมทรัพย์ของลูกค้าที่ผูกไว้กับระบบ

(2) ปันผลเป็นหุ้น: จะเข้าในพอร์ตหุ้นของลูกค้า

ปันผลหุ้นนอก

ลูกค้าสามารถดูปันผลต่างประเทศ ได้สองวิธีดังนี้

1) ผ่านแอป InnovestX

1) เข้าสู่ระบบ

2) เข้าสู่เมนู Portfolio

3) กดตรงเมนู Cash Management และสกุลเงินที่ต้องการตรวจสอบปันผล พร้อมกับเดือนที่ต้องการตรวจสอบ

4) ปันผลจะถูกระบุว่าเป็น "dividends"

2. Global Trade โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. เข้าสู่เว็บไซต์

(1) www.innovestx.settrade.com และ Login ด้วย Username & Password เดียวกับ แอป Streaming หรือ

(2) InnovestX WebTrade https://trade.innovestx.co.th (คลิก) และ Login ด้วย Username & Password เดียวกับแอป InnovestX เลือกเมนู 'Trade' และเลือกตลาดสหรัฐ ฮ่องกง

2. คลิก ไอคอน 'InnovestX Global Trade'

3. เลือก 'ประเทศสหรัฐฯ และฮ่องกง'

4. เลือกเมนู 'Portfolio' ที่ด้านบน และเลือกบัญชีที่ต้องการดูเงินปัผล

5. เลือก 'Corporate Actions' และเลือก 'Dividends and Accruals'

ข้อมูลย้อนหลังถึง 1 มกราคม 2024 เท่านั้น

ไม่สามารถซื้อกองทุน SSF ได้

ซื้อกองทุน SSF ในแอป InnovestX ไม่ได้

กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ SSF จะไม่สามารถซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป เนื่องด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค. 2567

เกี่ยวกับกองทุนภาษี การขอเอกสาร และซื้อ ขาย

ใช้วงเงินลดหย่อนที่ 2 สูงสุด 500,000 บาท ต้องยื่นลดหย่อนอย่างไร?

วงเงินที่ 2 เป็นการใช้สิทธิทยอยลดหย่อน โดยปีแรกสูงสุด 300,000 บาท และปีที่ 2-5 ปีละ 50,000 บาทจนครบ 200,000 บาท

ทั้งนี้ กรณีมีสับเปลี่ยน LTF ไปยัง Thai ESGX ด้วยจำนวนเงินไม่ถึง 500,000 บาท จะเป็นการใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มก่อนในแต่ละปี แล้วค่อยลดหย่อนในส่วนที่เหลือ

ตัวอย่าง: สับเปลี่ยน LTF ไปยัง Thai ESGX ด้วยยอดเงิน 420,000 บาท

- ปีที่ 1 (2568): 300,000 บาท

- ปีที่ 2-3 (2569-2570): 50,000 บาท/ปี

- ปีที่ 4 (2571): 20,000 บาท (ส่วนที่เหลือ)

สรุปสิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในปี 2568 คือเท่าไหร่?

1,400,000 บาท = RMF สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท + Thai ESG เดิม สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

+ Thai ESGX วงเงินที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท

+ Thai ESGX วงเงินที่ 2 ไม่เกิน 300,000 บาท

ทั้งนี้ RMF ต้องนำไปรวมกับกลุ่มลดหย่อนเกษียณอื่นๆ และลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท, Thai ESG ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท, Thai ESGX วงเงินลดหย่อนที่ 1 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และ Thai ESGX วงเงินลดหย่อนที่ 2 สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (สำหรับปี 2568)

หากต้องการขายกองทุนลดหย่อนภาษี(SSF, TESG) ต้องทำอย่างไร

กรณีที่ท่านต้องการขายกองทุนลดหย่อนภาษี(SSF, TESG) ท่านสามารถแจ้งความประสงค์ในการขายกองทุน ผ่าน InnovestX Customer Service ที่ Line: @InnovestX หรือ Facebook: InnovestX

ทั้งนี้ก่อนการขายกองทุนลดหย่อนภาษี:

- กรณีถูกเงื่อนไข (ขายเมื่อครบกำหนด) ท่านสามารถตรวจสอบเงื่อนไขการถือครองกองทุนลดหย่อนภาษีของท่านได้จาก บลจ. ที่ดูแลกองทุน ผ่านช่องทางติดต่อดังนี้ คลิก

- กรณีผิดเงื่อนไข (ก่อนกำหนด) ท่านสามารถตรวจสอบเงื่อนไขได้ที่กรมสรรพากร ผ่านเว็บไซต์ https://www.rd.go.th/36195.html หรือ โทร 1161 ในวันและเวลาทำการ 8:30 - 18:00 น.

 

**สำหรับกองทุน LTF ท่านสามารถขายผ่านแอป InnovestX ได้โดยเลือก Portfolio > เลือกกองทุนที่ต้องการขาย > กด "ขาย" และทำตามขั้นตอน

 

Thai ESGX คืออะไร?

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thailand ESG Extra Fund)

กองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นไทย และ/หรือ ตราสารหนี้ไทย ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์เดียวกับ Thai ESG โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งเงินลงทุนใหม่ และการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF สำหรับการลงทุนในช่วง พ.ค. - มิ.ย. 68

ใครต้องเสียภาษี และต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงจะเสียภาษี?
สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้
1. เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้ในปีภาษีมากกว่า 150,000 บาท จากแหล่งต่างๆ เช่น
- เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และเงินประกันสังคม
- รายได้จากธุรกิจหรืออาชีพอิสระ
- ดอกเบี้ย เงินปันผล รายได้จากค่าเช่า
- รายได้จากการขายทรัพย์สิน
- รายได้อื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนด
2. บุคคลธรรมดาต่างด้าวหรือคนไทยที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ที่มีรายได้จากแหล่งที่มาในประเทศไทย ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีอะไรดี ควรซื้อกองทุน RMF และ ThaiESG ทั้ง 2 ประเภทเลยไหม?
การลงทุนกองทุนทางภาษีจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ลงทุน และจำนวนเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์ในการลงทุนและระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้ โดยข้อควรรู้และสรุปเงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF

สรุปเงื่อนไขกองทุนลดหย่อนภาษี RMF
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ค่าลดหย่อนเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน RMF Thai ESG กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท
2.ลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี โดยไม่มีกำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองไม่น้อยกว่าน้อย 5 ปี และขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
 
ข้อควรรู้และสรุปเงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี แต่ไม่เกิน 300,000 บาท (เฉพาะหน่วยลงทุนที่ลงทุนในปี 2567-2569)
2.ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และไม่กำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีโดยนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน)
กองทุนใดบ้างที่สามารถลดหย่อนภาษีได้
กองทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ เช่น RMF, Thai ESG, Thai ESGX, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข. หรือกองทุนกลุ่มประกันชีวิตแบบบำนาญ
โดยแต่ละกองทุนมีเงื่อนไขการลดหย่อนทางภาษีที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./กสจ. - ลดหย่อนได้ 15% ของเงินเดือน (กบข. ได้สูงสุด 30%) รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) - ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ รวมกับกองทุนกลุ่มสำรองเลี้ยงชีพข้างต้นไม่เกิน 500,000 บาท
3. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) - ลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท รวมกับกองทุนข้างต้นไม่เกิน 500,000 บาท
4. กองทุน Thai ESG - ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ หรือสูงสุด 300,000 บาท (เฉพาะหน่วยลงทุนที่ลงทุนในปี 2567-2569)
5. กองทุน Thai ESGX - ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ หรือสูงสุด 300,000 บาท หากมาจากการสับเปลี่ยน LTF สามารถลดหย่อนเพิ่มได้:
5.1 ปี 2568: ตามมูลค่าที่สับเปลี่ยน ไม่เกิน 300,000 บาท
5.2 ปี 2569-2571: ส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (ปีละ 50,000 บาท)
ช่องทางการยื่นภาษี 2569
1. การยื่นภาษีแบบกระดาษ ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569
และหากต้องชำระภาษีเพิ่มเติม สามารถขอผ่อนผันเพื่อยื่นล่าช้าได้ แต่ไม่เกินวันที่ 8 เมษายน 2569

2. การยื่นภาษีออนไลน์ที่ www.rd.go.th หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 8 เมษายน 2569
เงื่อนไข Thai ESGX มีอะไรบ้าง?

รายละเอียดสิทธิประโยชน์ทางภาษี Thai ESGX แบ่งออกเป็น 2 วงเงินใหม่ โดยไม่รวมคำนวณกับกองทุน Thai ESG เดิม, RMF และกลุ่มลดหย่อนเกษียณอื่นๆ ได้แก่

วงเงินลดหย่อนที่ 1 - "เงินใหม่" - ลงทุนใน Thai ESGX ด้วยเงินลงทุนใหม่ วงเงินไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (เฉพาะปี 2568)

วงเงินลดหย่อนที่ 2 – "สับเปลี่ยนจาก LTF" - เป็นการให้สิทธิสำหรับผู้ลงทุนที่ถือครอง LTF เดิม โดยสับเปลี่ยนไปยัง Thai ESGX ในระยะเวลาที่กำหนด และต้องเป็นการสับเปลี่ยนในทุกกองทุน ทุก บลจ. สูงสุด 500,000 บาท ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นสิทธิทยอยลดหย่อน ปีแรก (2568): สูงสุด 300,000 บาท ปีที่ 2-5 (2569-2572): สูงสุด ปีละ 50,000 บาท

ระยะการถือครอง Thai ESGX: ถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันชนวัน) นับจากวันที่มีคำสั่งซื้อ หรือ สับเปลี่ยน ระยะเวลาลงทุนและสับเปลี่ยนเข้า Thai ESGX: ภายใน 2 เดือน คือ พ.ค. - มิ.ย. 68นับจากวันที่มีคำสั่งซื้อ หรือ สับเปลี่ยน ระยะเวลาลงทุนและสับเปลี่ยนเข้า Thai ESGX: ภายใน 2 เดือน คือ พ.ค. - มิ.ย. 68

หมายเหตุ: สำหรับวงเงินลดหย่อนที่ 2 ผู้ลงทุนต้องสับเปลี่ยนจาก LTF เดิมที่มีอยู่ ณ 11 มี.ค. 68 ในทุกกองทุน ทุก บลจ. ไปยัง Thai ESGX ทั้งหมด หากสับเปลี่ยนไม่ครบจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินนี้ได้

หมายเหตุ: สำหรับวงเงินลดหย่อนที่ 2 ผู้ลงทุนต้องสับเปลี่ยนจาก LTF เดิมที่มีอยู่ ณ 11 มี.ค. 68 ในทุกกองทุน ทุก บลจ. ไปยัง Thai ESGX ทั้งหมด หากสับเปลี่ยนไม่ครบจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินนี้ได้

หากมี LTF เดิมอยู่เกิน 500,000 บาท สามารถขายออกบางส่วนเพื่อใช้สิทธิวงเงินลดหย่อนที่ 2 ได้หรือไม่?

ไม่ได้ หากมีการขายหรือสับเปลี่ยน LTF หลัง 11 มี.ค. 68 จะทำให้ไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 แต่หากมีการขายหรือ สับเปลี่ยน LTF บางส่วนไปก่อนภายใน 11 มี.ค. 68 ยังคงสามารถใช้สิทธิ ลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 ได้

วงเงินลดหย่อนที่ 2 (สับเปลี่ยนจาก LTF ไปยัง Thai ESGX) ใช้อย่างไร?

1. ต้องใช้สิทธิสับเปลี่ยน LTF ที่ถือครอง ณ 11 มี.ค. 68 ทั้งหมดไป Thai ESGX ในช่วง พ.ค. – มิ.ย. 68

2. ต้องสับเปลี่ยนให้ครบ "ทุกกอง ทุก บลจ." หากไม่ครบจะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินลดหย่อนที่ 2 ได้

หมายเหตุ: ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนมีการสับเปลี่ยน หรือ ขายบางส่วนของหน่วยลงทุน LTF ไปหลังวันที่ 11 มี.ค. 68 จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีวงเงินที่ 2 ได้ ดังนั้น หากต้องการใช้สิทธิวงเงินลดหย่อนที่ 2 ผู้ลงทุนต้องคงกองทุน LTF ในทุกกองทุน ทุก บลจ. ที่มี ณ วันที่ 11 มี.ค. 68 ไว้จนกว่าจะถึงช่วงระยะเวลาที่สับเปลี่ยน Thai ESGX

ช่องทางการลดหย่อนภาษีนอกเหนือจากกองทุนมีช่องทางไหนอีกบ้าง
-

Still need help?

หากคุณยังมีข้อสงสัย คุยกับเราเลย