กำไรของ AOT จะกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นใน 4QFY69 และจะเติบโตก้าวกระโดดที่ 57% ในปี FY2570 จากการปรับขึ้นค่า PSC ขาออกระหว่างประเทศ นอกจากนี้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่ออัพไซด์ของกำไรซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรเชิงโครงสร้างผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการรายได้ของธุรกิจการบิน ในขณะที่การขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่ดำเนินการอยู่นั้นจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว เราเชื่อว่าปัจจัยบวกเหล่านี้จะผลักดันราคาหุ้น AOT ให้ปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง เราปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ AOT เป็น OUTPERFORM (จาก NEUTRAL) โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 72 บาท (เพิ่มขึ้นจากราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 58 บาท)
มุ่งเน้นธุรกิจการบินซึ่งเป็นธุรกิจหลักเพื่อสร้างอัพไซด์ของกำไรเชิงโครงสร้าง ในการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารของ AOT ได้กล่าวถึงแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการรายได้ของธุรกิจการบิน โดยภายหลังจากการปรับขึ้นค่า PSC ขาออกระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา AOT กำลังศึกษาอีก 2 มาตรการ ได้แก่ 1) การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและจอดอากาศยาน (9% ของรายได้รวม) ซึ่งไม่ได้มีการปรับมาตั้งแต่ปี 2551 และปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำกว่าคู่แข่งในภูมิภาคราว 30-50% โดย AOT คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาราว 6 เดือน จากนั้นจะยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อขออนุมัติ ตามด้วยการแจ้งล่วงหน้า 4 เดือนก่อนเริ่มดำเนินการ 2) การจัดเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit/transfer ซึ่งมีจำนวน 4.9 ล้านคน ในปี FY2568) อย่างไรก็ตาม AOT คาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลานานกว่า เนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมาย เพราะประเทศไทยไม่เคยจัดเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้ แต่เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานทั่วโลก นอกจากนี้ AOT คาดว่าโครงการผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้ารายที่ 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA, AOT ถือหุ้น 49%) เป็นผู้ชนะการประมูล จะได้รับอนุมัติจาก ครม. ภายในระยะเวลาใกล้นี้
แผนขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารมีความชัดเจนมากขึ้น ตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว AOT ได้กล่าวถึงแผนแม่บทในการขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบันที่ 116 ล้านคนต่อปี เป็น 211 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2588 โครงการที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในระยะสั้น ได้แก่ โครงการขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออกของสนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมือง ระยะที่ 3 เราเชื่อว่าการปรับขึ้นค่า PSC จะทำให้ AOT มีกระแสเงินสดเพียงพอสนับสนุนการลงทุนเหล่านี้โดยไม่จำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่มเติมอย่างน้อยในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยหลังจาก AOT ปรับขึ้นค่า PSC บริษัทมีความพร้อมในการลงทุนมากขึ้น ซึ่งเรามองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่โครงการจะล่าช้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และจะทำให้ AOT สามารถขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในอนาคตได้ตามแผนเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น OUTPERFORM เราปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ AOT เป็น OUTPERFORM (จาก NEUTRAL) แม้เราคาดว่ากำไร 3QFY69 จะอ่อนแอจากผลกระทบของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่เราเชื่อว่าโมเมนตัมกำไรของ AOT จะกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นใน 4QFY69 และเติบโตก้าวกระโดดที่ 57% ในปี FY2570 หลักๆ เกิดจากการปรับขึ้นค่า PSC นอกจากนี้ เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่ออัพไซด์ของกำไรซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรเชิงโครงสร้าง ในขณะที่การขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่ดำเนินการอยู่นั้นจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว เราปรับราคาเป้าหมายของ AOT เพิ่มขึ้นเป็น 72 บาท (จาก 58 บาท) เพื่อสะท้อนถึง: 1) การปรับประมาณการกำไรตั้งแต่ปี FY2570 เป็นต้นไปเพิ่มขึ้น 2-4% โดยได้แรงหนุนจากการดำเนินงานของ AOTGA (AOT จะได้รับค่าสัมปทานและรับรู้ผลการดำเนินงานตามสัดส่วนการถือหุ้น 49%); 2) การปรับฐานที่ใช้ประเมินมูลค่าจากสิ้นปี 2569 เป็นกลางปี 2570; และ 3) การปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการเติบโตระยะยาวจาก 1.5% เป็น 2% โดยใช้ WACC ที่ 8% ปัจจุบันหุ้น AOT ซื้อขายที่ PE 48 เท่า ในปี FY2569 ซึ่งจะลดลงมาอยู่ที่ 30 เท่า ในปี FY2570 เมื่อรับรู้ผลจากการปรับขึ้นค่า PSC เต็มปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง (36 เท่า) อัพไซด์ของกำไร ได้แก่: การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและจอดอากาศยานอีก 30-50% เราประเมินว่ากำไรจะปรับขึ้นได้อีก 6-9% (อิงกับประมาณการกำไรปี FY2570); และการเริ่มเก็บค่า PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (transit/transfer) ซึ่งหากใช้สมมติฐานค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อคน เราประเมินว่ากำไรปรับขึ้นได้อีก 1%
ความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลกจะทำให้ความต้องการเดินทางลดลง และความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจสัมปทาน ความเสี่ยงด้าน ESG คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อม (E) และปัญหาทางสังคม เช่น ความปลอดภัย (S)
Uptrend, upside, upgrade to OUTPERFORM
AOT will see earnings return to growth in 4QFY26, with a jump in FY2027 of 57% due to the hike in international departure PSC. We are positive on earnings upside driven by structural earnings growth through a strategic focus on aero business revenue management, while ongoing capacity expansion gives higher conviction to its long-term growth outlook. We expect these positives to support further share price increase. We upgrade to OUTPERFORM (from Neutral) with a mid-2027 DCF TP of Bt72 (from Bt58 end-2026).
Focus on core aero business giving structural earnings upside. At an analyst meeting, AOT management outlined plans to optimize its aero business revenue. After the June 20 hike in international departure PSC, AOT is studying two additional moves: 1) Increasing landing and parking fees (9% of total revenue) – the last adjustment was in 2008 and Thailand is 30-50% below regional peers. AOT expects it will take around 6 months for the study before submitting to relevant authorities for consideration and then to the Ministry of Transport for approval, followed by a 4-month advance notice before implementation. 2) Levying a PSC for transit/transfer passengers (4.9mn passengers in FY2025). However, AOT expects this process to take longer as it would require amendments to laws, since Thailand has never collected this fee, though it is standard practice globally. AOT expects Cabinet approval for the third ground handling provider and cargo warehouse project at Suvarnabhumi Airport, won by AOT Ground Aviation Services Co., Ltd. (AOTGA, 49% held by AOT).
Capacity expansion plans more concrete, cementing long-term growth outlook. AOT outlined its master plan to expand passenger handling capacity to 211mn passengers per year by 2045 from 116mn passengers per year currently. The projects expected to see near-term clarity are the Suvarnabhumi Airport East Expansion and Don Mueang Airport Phase 3. We believe the recent PSC hike will grant AOT sufficient cash flow to fund these investments without the need to raise debt for at least the next five years. AOT’s investment commitment, underwritten by the PSC hike, minimizes the risk of project delays, in our view. This will secure AOT’s future passenger capacity growth to serve growing demand and reinforce its long-term growth outlook.
Upgrade to Outperform. We upgrade AOT to OUTPERFORM (from Neutral). Moving past the expected weak 3QFY26 due to the US-Iran war, we believe earnings will resume an uptrend in 4QFY26, followed by a leap of 57% in FY2027, backed by the PSC hike. We take a positive view on upside from structural earnings growth, with the ongoing capacity expansion giving higher conviction to its long-term growth path. We raise our target price to Bt72 (from Bt58) to reflect: 1) An upward earnings revision of 2-4% from FY2027 onwards, backed by AOTGA (AOT will receive concession fees and recognize performance based on its 49% stake); 2) a valuation rollover to mid-2027 from end-2026; and 3) an increase in the long-term growth rate assumption to 2% from 1.5%, with a WACC of 8%. AOT is currently trading at 48x PE in FY2026, which will drop to 30x in FY2027 upon full-year recognition of the PSC hike and below its historical average (36x). Additional earnings upside includes: a 30-50% hike in landing and parking fees, which would boost earnings by 6-9% (based on FY2027 earnings); and introduction of a transit/transfer PSC, where an assumed Bt100/passenger fee would add 1% to earnings.
Risks. Global economic slowdown cutting travel demand and concerns about the concession business. ESG risks are environmental (E) and social issues, i.e., safety (S).
Download EN version click >> AOT260629_E.pdf