เราคาดว่า LHHOTEL จะรายงานกำไรปกติ 4Q68 ที่ 430.7 ลบ. ลดลง 8.1% YoY แต่เติบโต 8.9% QoQ ทั้งนี้แม้ว่ากำไรจะลดลง YoY แต่เราเชื่อว่าการเติบโต QoQ อย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ไตรมาสเป็นสัญญาณบวก ซึ่งบ่งชี้ว่าจุดต่ำสุดได้ผ่านไปแล้ว นอกจากนี้ เรายังเห็นสัญญาณบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเติบโต YoY ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 13% ของลูกค้าทั้งหมด (ใหญ่เป็นอันดับ 2) เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM โดยปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 อ้างอิงวิธี DDM ใหม่จาก 14 บาท เป็น 15 บาท หลังจากปรับประมาณการ DPU เพิ่มขึ้น (WACC 6.1% และไม่มี terminal value) LHHOTEL เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่ม REIT และ IFF
คาดฟื้นตัวต่อเนื่องใน 4Q68 เราคาดว่า LHHOTEL จะรายงานกำไรปกติ 4Q68 ที่ 430.7 ลบ. ลดลง 8.1% YoY แต่เติบโต 8.9% QoQ ทั้งนี้แม้ว่ากำไรจะยังคงลดลง YoY แต่เรามีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากกำไรจะฟื้นตัว QoQ อย่างต่อเนื่อง และระดับการหดตัว YoY น่าจะน้อยกว่าใน 3Q68 ที่ลดลง 15% นอกจากนี้จะเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันที่กำไรเติบโต QoQ สะท้อนว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว รายได้ค่าเช่าน่าจะอยู่ที่ 562.6 ลบ. ลดลง 7.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ เราคาดว่าผลการดำเนินงานของโรงแรมทุกแห่งจะปรับตัวดีขึ้น QoQ ยกเว้น โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยสูงถึง 46% เทียบกับ 2-18% สำหรับโรงแรมอื่นๆ โดยปกติแล้ว 3Q จะเป็นฐานสูงเนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม หากอิงกับประมาณการ 4Q68 ของเรา กำไรปกติปี 2568 จะอยู่ที่ 1.6 พันลบ. ลดลง 12.2% YoY ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการทั้งปีของเรา เราคาดว่า LHHOTEL จะประกาศจ่าย DPU ที่ 0.32 บาท/หน่วย (อัตราผลตอบแทน 2.4%) ซึ่งจะส่งผลทำให้ DPU ปี 2568 อยู่ที่ 1.2 บาท/หน่วย เทียบกับ 1.1 บาท/หน่วยในประมาณการเดิมของเรา LHHOTEL จะประกาศผลประกอบการในวันที่ 24 ก.พ.
จำนวนนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเติบโต YoY อ้างอิงจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในสัปดาห์ที่ 6 ของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมอยู่ที่ 7.97 แสนคน เพิ่มขึ้น 5% WoW แต่ลดลง 5% YoY ปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ ตลาดนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเพิ่มขึ้น 30% WoW และ 13% YoY โดยเป็นการเพิ่ม YoY ได้เป็นสัปดาห์แรกหลังจากลดลงมาตลอด 1 ปี เรามองว่าแนวโน้มการฟื้นตัว YoY จะมีต่อเนื่องจากเทศกาลตรุษจีน (17-22 ก.พ.) และฐานต่ำในปี 2568 ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 13% ของลูกค้าทั้งหมดของ LHHOTEL (ใหญ่เป็นอันดับ 2) สำหรับปี 2569 INVX ยังคงคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดจะอยู่ที่ 35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6% YoY
ปรับเพิ่มประมาณการ DPU เนื่องจากเรามองว่ามีโอกาสที่ DPU ปี 2568 จะสูงกว่าคาด เราจึงปรับประมาณการ DPU ปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 1.1 บาท/หน่วย เป็น 1.2 บาท/หน่วย และปรับประมาณการ DPU ปี 2569 เพิ่มขึ้นจ่าก 1.23 บาท/หน่วย เป็น 1.24 บาท/หน่วย สำหรับปี 2569 เราคาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 1.8 พันลบ. เพิ่มขึ้น 9.4% YoY โดยหลักๆ จะได้รับแรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและ ADR สูงขึ้น
Upside จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ LH ซึ่งเป็น sponsor ของ LHHOTEL ทาง LH มีแผนที่จะขายโรงแรมหนึ่งแห่งในประเทศไทยให้กับ LHHOTEL ทั้งนี้แม้ว่ายังไม่มีรายละเอียดว่าเป็นสินทรัพย์ใด แต่เราเชื่อว่าจะเป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ โดยคาดว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นใน 4Q69 และเรายังไม่ได้ใส่ไว้ในประมาณการ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็น upside ต่อประมาณการกำไรและ DPU ของเรา
ความเสี่ยงและความกังวล 1) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น 2) เหตุการณ์พิเศษ อาทิ โรคระบาด และ 3) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในด้านก๊าซเรือนกระจก พลังงาน น้ำเสีย และของเสีย อย่างมีประสิทธิภาพ (E)
Preview 4Q25F: Recovery continues
We expect LHHOTEL to report 4Q25F core profit of Bt430.7mn, slipping 8.1% YoY, but growing 8.9% QoQ. Looking past the YoY slip, we see the three quarters of QoQ growth as good, suggesting the worst is over. One positive is the YoY growth in Chinese tourists for the first time in a year, as this group accounts for 13% of its clients (2nd largest). We maintain OUTPERFORM with a new end-2026F DDM-based TP of Bt15 from Bt14 after revising up our DPU forecast (6.1% WACC and no terminal value). LHHOTEL is a lead pick in the sector.
Recovery continuing in 4Q25F. We estimate 4Q25F core profit at Bt430.7mn, a slip of 8.1% YoY, but growth of 8.9% QoQ. We look past the negative of a drop in YoY growth to the positive of continued growth QoQ; we also expect the YoY contraction to be lower than the 15% seen in 3Q25. Importantly, this will be third quarter of QoQ growth, an indication that it has passed bottom. Rental income is estimated at Bt562.6mn, down 7.5% YoY, but up 9% QoQ. We expect operations at all of its hotels to improve QoQ except Grande Centre Point Space Pattaya because of its high proportion of Thai clients at 46% vs 2-18% for other hotels since 3Q is generally a high base due to school holidays in Thailand. Meeting our 4Q25F would give 2025F core profit of Bt1.6bn, down 12.2%, which aligns with our full-year forecast. We expect a DPU of Bt0.32 (2.4% yield), which would bring 2025F DPU to Bt1.2 vs our earlier forecast of Bt1.1. Results will be released on Feb 24.
Chinese tourists turning up YoY. According to the Ministry of Tourism and Sports, in the sixth week of 2026, international tourist arrivals were 797k, an increase of 5% WoW but a slip of 5% YoY. The highlight is the Chinese market, which shot up 30% WoW and 13% YoY—marking the first YoY growth after a year of steady decline; this is expected to continue as the Chinese New Year approaches (Feb 17–22) and off the low base in 2025. Chinese visitors account for 13% of LHHOTEL’s customers (the second largest contributor). INVX’s overall forecast for 2026 remains at 35mn tourist arrivals, a projected growth of 6%.
Revise DPU forecast up. Since we see a potentially higher DPU than anticipated in 2025F, we nudged up our 2025F DPU to Bt1.2 from Bt1.1 and also revised up our 2026F DPU to Bt1.24 from Bt1.23. Our 2026F core profit is Bt1.8bn, up 9.4%, underwritten by more international tourists that will raise occupancy and ADR.
Upside from asset injection. At its analyst meeting, LH (a sponsor of LHHOTEL), said it is planning to divest a hotel in Thailand to LHHOTEL. Though no details were provided as to which one, we believe this will be a hotel in Bangkok. The transaction is expected to be in 4Q26F and given the lack of details, is not yet in our forecast. This would provide upside to our earnings and DPU forecasts.
Risks and concerns.1) Rising bond yield, 2) extraordinary events such as a pandemic, 3) weaker than expected international tourist recovery. Key ESG risks are effective environmental management of greenhouse gases, energy, wastewater, and waste (E).
Download PDF Click > LHHOTEL260211_E.pdf