เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q69 ของ PTT (ประกาศวันที่ 14 พ.ค.) จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 2.63 หมื่นลบ. (+3% QoQ) หลักๆ ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจก๊าซจากอุปทานก๊าซในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้นและปริมาณการผลิตของ GSP ที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจ E&P และ P&R ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมัน GRM และกำไรสต็อกที่แข็งแกร่งขึ้น จะถูกหักล้างไปเป็นส่วนใหญ่โดยผลขาดทุนจำนวนมากจากสัญญาประกันความเสี่ยงและรายการด้อยค่าสินทรัพย์ กำไรปกติ 2Q69 น่าจะฟื้นตัว QoQ แม้ว่าขาดทุนจากสต็อกน้ำมันยังคงเป็นความเสี่ยง downside ที่สำคัญ เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ PTT ด้วยราคาเป้าหมาย 44 บาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก valuation ที่น่าสนใจที่ PBV 0.9 เท่า (ปี 2569) และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 7% หนุนโดยโมเดลธุรกิจแบบครบวงจรของ PTT ที่มีความทนทานต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน
กำไรจากธุรกิจก๊าซจะปรับตัวดีขึ้น QoQ เราประเมินว่าธุรกิจก๊าซจะเป็นแรงขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญใน 1Q69 จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น (+4% YoY, +7.9% QoQ) สู่ระดับ 4,019 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (mmcfd) จากความต้องการที่สูงขึ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ในขณะที่ราคา LNG นำเข้าปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะอุปทานชะงักงันจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของโรงแยกก๊าซ (GSP) ยังเพิ่มขึ้นตามอุปทานก๊าซในประเทศที่มากขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 96.1% โดยมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น 14.4% YoY และ 14.2% QoQ กำไรของธุรกิจ GDP ยังได้รับอานิสงส์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง (-26.5% YoY, -20.3% QoQ) หลังจากสูตรราคาก๊าซใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนม.ค. 2569
คาดกำไรจากกลุ่มธุรกิจ P&R สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในกลุ่มธุรกิจ P&R คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น QoQ นำโดยธุรกิจการกลั่นน้ำมันจาก GRM ที่สูงขึ้นตามส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ซึ่งคาดว่าจะถูกหักบ้างไปบางส่วนโดยผลขาดทุนจำนวนมากจากสัญญาประกันความเสี่ยงจากราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้น กำไรของธุรกิจน้ำมันน่าจะดีขึ้น QoQ เช่นกัน โดยมีกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Mobility สูงกว่า 1 บาท/ลิตร จากกำไรสต็อกและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ลดลง โดยคาดว่าปริมาณการขายน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 7% QoQ ท่ามกลางการเร่งซื้อในช่วงต้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน
มาตรการตอบสนองด้านความมั่นคงทางพลังงานเพิ่มความกดดันทางการเงินในระยะสั้น แต่ยังบริหารจัดการได้ PTT ได้กำหนดมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของไทยท่ามกลางความไม่สงบในตะวันออกกลางและความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาทิ การกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบ (70% มาจากนอกตะวันออกกลาง) การเดินเครื่องโรงกลั่นเฉลี่ย 105% และการสำรองน้ำมันสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม มาตรการของภาครัฐ ทั้งการควบคุมราคา การระงับการส่งออก และคำสั่งให้ใช้กำลังการผลิตเต็มที่ ได้ส่งผ่านภาระต้นทุนด้านความมั่นคงทางพลังงานมายัง PTT ทำให้เกิดความต้องการสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนลบ. และมีต้นทุนทางการเงินประมาณ 7 พันลบ. ต่อปี แม้ว่าประเด็นนี้จะทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านนโยบายในระยะสั้น แต่ผู้บริหารมองว่าผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวและเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
แนวโน้ม 2Q69: ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะช่วยหนุนกำไรจากธุรกิจ E&P เราคาดว่ากำไรปกติของ PTT จะปรับตัวดีขึ้น QoQ ใน 2Q69 จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรของธุรกิจ E&P จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากสินทรัพย์ใหม่และการส่งมอบน้ำมันที่มากขึ้น ค่าการตลาดน้ำมันคาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติจากระดับที่สูงผิดปกติใน 1Q69 ที่ได้รับแรงหนุนจากกำไรสต๊อก ขณะที่อุปสงค์อาจชะลอตัวลงหลังการเร่งซื้อช่วงต้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน อย่างไรก็ตาม GRM ที่ดีของผลิตภัณฑ์น้ำมันกลุ่ม middle distillates น่าจะช่วยหนุนกำไรของธุรกิจ P&R แม้ว่ายังคงมีความเสี่ยงจากขาดทุนสต๊อก
คงราคาเป้าหมายที่ 44 บาท อ้างอิงวิธี SOTP PTT ยังซื้อขายที่ระดับ PBV ปี 2569 เพียง 0.9 เท่า ซึ่งไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 1.2 เท่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงน่าสนใจที่ระดับมากกว่า 7% โดยได้รับการสนับสนุนจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและฐานะการเงินที่มั่นคง PTT มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่โดดเด่น เราจึงคงราคาเป้าหมายตามวิธี sum-of-the-parts ไว้ที่ 44 บาท
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ความผันผวนของราคาน้ำมัน การด้อยค่าของสินทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และรัฐบาลแทรกแซงราคาน้ำมันขายปลีก ปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ผลกระทบของธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
Preview 1Q26F: Expect slim rise QoQ
PTT’s 1Q26F net profit (out May 14) is expected to rise 3%QoQ to Bt26.3bn, backed by the gas business, from higher Gulf of Thailand supply and higher gas separation plant output. Greater contribution from E&P and P&R, supported by stronger oil prices, GRM and inventory gains, will be largely offset by sizable hedging losses and impairments. 2Q26F core profit should rebound QoQ, though inventory losses remain a downside risk. Maintain OUTPERFORM with a Bt44 TP, with valuation attractive at 0.9x PBV (2026F) and a 7% yield, backed by a resilient integrated model amid oil price volatility.
Gas business profit to improve QoQ. We expect gas to be the key earnings driver in 1Q26 from a 4% YoY and 7.9% QoQ rise in sales volume to 4,019 mmcfd on higher demand in the power sector while price of imported LNG was pushed up by supply disruption caused by the closure of the Strait of Hormuz. GSP production was raised by higher domestic gas supply, which boosted utilization rate to a record high of 96.1% with a 14.4% YoY and 14.2% QoQ increase in output. GSP profit was also aided by a sharp 26.5% YoY and 20.3% QoQ drop in feedstock cost after the new gas pricing formula took effect in Jan.
Expect higher profit from P&R segment. Profit contribution from P&R associates is expected to grow QoQ, led by oil refining on higher GRM from stronger diesel and jet crack spreads and inventory gains. There will, however, be a partial offset from large hedging losses in the presence of rising refined product prices. Oil segment earnings should also improve QoQ, with mobility gross profit exceeding Bt1/liter on inventory gains and lower promotions. Oil sales volume is projected to rise 7% QoQ amid early panic buying linked to the Iran conflict.
Energy security response raises short‑term financial strain but manageable. The energy security response raises short‑term financial strain but this remains manageable. PTT outlined measures to secure Thailand’s energy supply amid Middle East unrest and Strait of Hormuz disruption, including diversified crude sourcing (70% non‑Middle East), average refinery utilization of 105%, and inventories above legal requirements. Government actions—price controls, export suspension, and full‑capacity mandates—shifted energy‑security costs to PTT, creating over Bt230bn in liquidity needs and ~Bt7bn per year in financing costs. While this raises near‑term leverage and policy risk concerns, management views the impact as temporary and non‑recurring.
2Q26F outlook: higher oil price to drive earnings from E&P. We expect PTT’s core profit to improve QoQ in 2Q26 on higher oil prices that will lift E&P earnings as sales volume from new assets rises and loadings increase. Oil retail marketing margin should normalize from the abnormally high 1Q26 level driven by stock gains, while demand may ease after early Iran war panic buying. Favorable GRM from middle distillates will support P&R earnings, though inventory loss risk remains.
Maintain TP of Bt44 based on SOTP. PTT still trades at an undemanding 0.9x 2026F PBV versus its 10‑year average of 1.2x. Dividend yield remains attractive at >7%, supported by solid cash flow and a strong balance sheet. PTT has an outstanding track record of dividend payments. We maintain our SOTP TP at Bt44.
Key risks:Economic slowdown, oil price volatility, asset impairment, regulatory changes, and government intervention in retail oil pricing. ESG risks include environmental impact and transition to clean energy.
Download PDF Click > PTT260507_E.pdf