กำไรปกติ 2Q26 อยู่ที่ 55 ลบ. (+10%YoY, +14%QoQ) ตามตลาดคาด ขณะที่ปีนี้ผู้บริหารยังคงเป้ายอดขายรวมเติบโตที่ 10-15% และแผนขยายสาขาใหม่ 8 แห่ง เราคาด 2H26 กำไรจะเติบโตทั้ง HoH และ YoY โดย 3Q26 จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรโต YoY โดดเด่นที่สุดของปีนี้ หนุนจากยอดขายสาขาเดิมที่มีโอกาสเติบโตแตะระดับเลขสองหลัก หลังรับรู้ผลบวกจากสองมาตรการรัฐเต็มไตรมาสทั้งไทยช่วยไทยและเติมเงินบัตรสวัสดิการเพิ่ม ส่วน 4Q26 คาดกำไรจะทำจุดสูงสุดของปีตามฤดูกาล เมื่อบวกกับ มีฐานะการเงินแกร่ง อีกทั้งราคาเป้าหมายกลางปี 2027 อยู่ที่หุ้นละ 3.50 บาท ยังมี Upside 21% พร้อมคาดให้ Div. Yield ปีละ 3.8% ซึ่งล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่หุ้นละ 0.0525 บาท (XD 24 ส.ค.) เราจึงคงคำแนะนำ "OUTPERFORM" จากความน่าสนใจทั้งการเติบโตและปันผล
ผลประกอบการปกติ 2Q26 เป็นไปตามตลาดคาด TNP มีกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 55 ลบ. เพิ่มขึ้น 10%YoY และ 14%QoQ เป็นไปตามตลาดคาด ปัจจัยหนุนจากยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้น 15%YoY และ 11%QoQ หลังรับรู้ยอดขายสาขาใหม่ที่มีเพิ่มขึ้นจาก 2Q25 และ 1Q26 ราว 8 แห่ง และ 1 แห่ง ตามลำดับ (2Q26 มีเปิดสาขาใหม่ 1 แห่ง) อีกทั้งยอดขายสาขาเดิมยังพลิกเติบโต 4.9%YoY และ 11%QoQ จากกำลังซื้อที่ดีขึ้น หลังรัฐออกมาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มจากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหนุนยอดขายสาขาเดิมโดยตรงของบริษัท และยังมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งหนุนยอดขายสาขาเดิมทางอ้อมของบริษัทผ่านลูกค้ากลุ่มร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็น 18.0% จาก 18.4% ใน 2Q25 และ 18.2% ใน 1Q26 หลังมีสัดส่วนยอดขายสินค้ามาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น ยังชดเชยได้ด้วย SG&A/Sales ที่ลดลงเป็น 10.3% จาก 10.4% ใน 2Q25 และ 10.8% ใน 1Q26 จากเกิดผลประหยัดต่อขนาดมากขึ้นหลังยอดขายรวมกลับมาฟื้นชัดเจน
ผู้บริหารคงเป้าการเติบโตของยอดขายและแผนขยายสาขา ผู้บริหาร TNP ยังตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2026 เติบโตราว 10-15%YoY ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากยอดขายสาขาเดิมที่คาดเติบโต 2-3%YoY หลังได้อานิสงส์บวกจากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม (เวลา 4 เดือนตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย. 2026) บวกกับ มีการรับรู้ยอดขายสาขาใหม่ ซึ่งปีนี้บริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่ 8 แห่งในพื้นที่จังหวัดลำปาง พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ โดย 1H26 เปิดใหม่แล้ว 3 แห่ง และจะเปิดอีก 5 แห่งใน 2H26 (3Q26 เปิด 2 แห่ง, 4Q26 เปิด 3 แห่ง) ทำให้สิ้นปีนี้จะมีสาขารวมเพิ่มเป็น 64 สาขาจากปีก่อนที่ 56 สาขา ส่วนงบลงทุนตั้งไว้ 150-200 ลบ. สำหรับขยายสาขาใหม่ ปรับปรุงสาขาเดิม ขยายพื้นที่คลังสินค้าในทำเลที่ตั้งเดิม รวมทั้งปรับปรุงระบบไอที โดยแหล่งเงินทุนจะมาจาก CFO ที่มีปีละ 260 ลบ.และเงินสดในมือราว 200 ลบ.
3Q26 คาดกำไรโตเด่นสุด YoY เราคาดกำไร 2H26 จะเติบโตทั้ง HoH และ YoY โดย 3Q26 จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรเติบโต YoY เด่นสุดของปีนี้ ปัจจัยหนุนนอกจากจะมาจากรับรู้ยอดขายสาขาใหม่แล้ว ยังมีแรงหนุนสำคัญจากยอดขายสาขาเดิมที่คาดจะเพิ่มขึ้นในระดับสองหลัก จากรับรู้ผลบวกเต็มไตรมาสจากไทยช่วยไทยพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม ส่วน 4Q26 แม้คาดกำไรจะอ่อนตัว YoY จากฐานสูงปีก่อนและไม่มีมาตรการภาครัฐเข้ามากระตุ้นกำลังซื้อต่อเนื่องดังเช่น 3Q26 แต่คาดจะยังทำจุดสูงสุดของปีนี้ตามผลฤดูกาล (ปกติ 4Q เป็น High Season) หนุนให้คาดปี 2026 TNP จะมีกำไรสุทธิ 221 ลบ. เติบโต 4%YoY ตามการรับรู้ยอดขายสาขาใหม่ที่เปิดต่อเนื่องรวมทั้งรู้ยอดขายเต็มไตรมาสจากสาขาใหม่ 6 แห่งที่เปิดปีก่อน และการทยอยรับรู้ยอดขายจากอีก 8 สาขาใหม่ที่เปิดในปีนี้
คงแนะนำ OUTPERFORM เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่หุ้นละ 3.50 บาท อิงวิธี DCF (WACC ที่ 7.4% และอัตราเติบโตระยะยาวที่ 1%) ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside น่าสนใจ 21% และคาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2026 หุ้นละ 0.11 บาท คิดเป็น Div. Yield ราวปีละ 3.8% เมื่อรวมกับ 3Q26 คาดจะเห็นอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยสิ้น 2Q26 มี Net Debt/Equity ต่ำเพียง 0.05 เท่าและมี Interest Coverage Ratio สูงกว่า 73 เท่า นอกจากนี้ล่าสุดบริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากำไร 1H26 หุ้นละ 0.0525 บาท (XD 24 ส.ค.) คิดเป็น Div. Yield ราว 1.8% เราจึงคงแนะนำ Outperform จากความน่าสนใจทั้งการเติบโตและปันผล
ความเสี่ยงที่สำคัญ ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อแย่กว่าคาด, แผนขยายสาขาต่ำกว่าคาด ส่วนความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ความปลอดภัยและการรักษาข้อมูลการรักษาของลูกค้าที่มาใช้บริการ (S) รวมทั้งการมีผู้ถือหุ้นใหญ่ถือหุ้นของบริษัทเกิน 50% (G)