ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

KTC – เติบโตเล็กน้อยและมีแรงกดดันด้านกฎระเบียบ – UNDERPERFORM (ราคาเป้าหมาย 44 บาท)

blog_list_heading
07 ธ.ค. 2566;
140
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

KTC – เติบโตเล็กน้อยและมีแรงกดดันด้านกฎระเบียบ – UNDERPERFORM (ราคาเป้าหมาย 44 บาท)

เราคาดว่ากำไรของ KTC จะเติบโตเพียงเล็กน้อยในปี 2567 ซึ่งเป็นผลมาจากสินเชื่อที่เติบโตในระดับปานกลาง NIM ที่ลดลง และ credit cost ที่สูงขึ้น KTC จะได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ โดยหลักๆ จะเกิดจากมาตรการแก้หนี้เรื้อรังและการทยอยปรับเพิ่มอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิต เรายังคงเรทติ้ง UNDERPERFORM สำหรับ KTC และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 44 บาท เนื่องจากมองว่า valuation แพง

ปรับประมาณการการเติบโตของสินเชื่อลดลง KTC คาดว่าสินเชื่อจะเติบโต >10% ในปี 2566 (+10% YoY ใน 9M66) แต่ต่ำกว่าเป้าที่บริษัทวางไว้ที่ 15% สำหรับปี 2567 บริษัทตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10% เราปรับประมาณการการเติบโตของสินเชื่อปี 2566 และปี 2567 ของ KTC ลดลงปีละ 1 ppt สู่ 11% ในปี 2566 และ 10% ในปี 2567 เพื่อสะท้อนเป้าหมายล่าสุดของบริษัท โดยการเติบโตที่พลาดเป้า หลักๆ เกิดจากสินเชื่อจำนำทะเบียน (KTC พี่เบิ้ม) เนื่องจากการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มเป้าหมายต่ำ บริษัทคาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเติบโต 12-13% ในปี 2566 (+13.7% ใน 9M66) และตั้งเป้าเติบโต 15% ในปี 2567 บริษัทคาดว่าสินเชื่อส่วนบุคคล (KTC PROUD) จะเติบโตตามเป้าที่ 7% ในปี 2566 (+6.2% YoY ณ 3Q66) และตั้งเป้าเติบโต 5% ในปี 2567 ยอดปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถ (KTC พี่เบิ้ม) ใหม่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.6-2.7 พันลบ. ณ สิ้นปี 2566 ต่ำกว่าเป้าที่บริษัทวางไว้ที่ 9 พันลบ. ค่อนข้างมาก แต่บริษัทหวังว่าจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเป็น 6 พันลบ. ในปี 2567

ได้รับผลกระทบจากมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง ในปี FY2567 เราคาดว่า NIM ของ KTC จะได้รับผลกระทบจากความเคลื่อนไหวของ ธปท. เพื่อแก้ปัญหาหนี้เรื้อรัง (PD, ลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา) สำหรับลูกหนี้ที่มีรายได้น้อย (รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับนอนแบงก์ และ 20,000 บาท สำหรับธนาคารพาณิชย์รวมถึงนอนแบงก์ภายใต้การกำกับแบบรวมกลุ่มของธนาคารพาณิชย์) โดยตั้งแต่เดือนเม.ย. 2567 ลูกหนี้ที่มีหนี้เรื้อรังจะได้รับทางเลือกในการเปลี่ยนสินเชื่อหมุนเวียนมาเป็นแบบมีระยะเวลา (term loan) และคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี (เทียบกับอัตราเพดาน 25%) โดยจะกำหนดให้การผ่อนชำระสามารถปิดจบภายใน 5 ปี หากลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ทุกรายเข้าร่วมมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง KTC ประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยของบริษัทประมาณ 18 ลบ./เดือน เนื่องจากลูกหนี้ที่เลือกเข้าร่วมเข้ามาตรการแก้หนี้เรือรั้งจะถูกแจ้งต่อเครดิตบูโร ดังนั้นลูกค้าที่เข้าเกณฑ์บางรายอาจจะไม่เข้าร่วมมาตรการดังกล่าว แรงกดดันจากมาตรการแก้หนี้เรื้อรังและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้เราคาดว่า NIM จะลดลง 21 bps ในปี 2567 (เทียบกับ -11 bps ในปี 2566)

คุณภาพสินทรัพย์มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการทยอยปรับเพิ่มอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิต เราคาดว่า credit cost จะเพิ่มขึ้นในปี 2567 และปี 2568 หลังจากมีการปรับเพิ่มอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิตจาก 5% ในปี 2566 สู่ 8% ในปี 2567 และ 10% ในปี 2568 credit cost ที่ต่ำผิดปกติในปี 2563-2566 ของ KTC อาจจะเกิดจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และนโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล เราคาดว่า credit cost จะเพิ่มขึ้นจาก 5.5% ในปี 2566 (+43 bps QoQ ใน 4Q66) สู่ 5.75% ในปี 2567 และ 6% ในปี 2568

แนวโน้มกำไร เราคาดว่ากำไร 4Q66 จะลดลง 1% QoQ (รายได้ที่ดีขึ้นจะถูกหักล้างโดย ECL และ opex ที่สูงขึ้น) แต่จะเพิ่มขึ้น 8% YoY (รายได้ดีขึ้น) เราคาดว่ากำไรจะเติบโตเล็กน้อยที่ 5% ในปี 2567 ซึ่งเป็นผลมาจากสินเชื่อที่เติบโต 10% NIM ที่แคบลง และ credit cost ที่สูงขึ้น

คงเรทติ้ง UNDERPERFORM เรายังคงเรทติ้ง UNDERPERFORM สำหรับ KTC และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 44 บาท (PBV ปี 2567 ที่ 2.8 เท่า) เนื่องจากเรามองว่า valuation แพง

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากการทยอยปรับเพิ่มอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิตจาก 5% สู่ 8% ในปี 2567 และ 10% ในปี 2568 และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง 2) ความเสี่ยงด้าน NIM จากการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก และ 3) มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนของ ธปท.

 

ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก  KTC231207_T

We expect only modest earnings growth for KTC in 2024 on moderate loan growth, lower NIM and rising credit cost. It will be hit by the new persistent debt measure and a step up in credit card minimum payment. We maintain Underperform with an unchanged TP of Bt44, seeing valuation as expensive.

Trims loan growth forecast. KTC expects loan growth of >10% in 2023F (+10% YoY in 9M23) but below its 15% target. For 2024, it targets loan growth at 10%. We trimmed its loan growth forecast by 1 ppt each year to 11% in 2023F and 10% in 2024F to fine tune with its latest guidance. The miss is mainly on title loans (KTC P BERM) due to low brand awareness in the target group. It expects credit card spending to grow 12-13% in 2023F (+13.7% in 9M23) and targets +15% in 2024F. It expects personal loan growth (KTC PROUD) to meet its 7% target in 2023F (+6.2% YoY at 3Q23) and targets 5% growth in 2024. Extension of new title loans (KTC P BERM) is expected to end 2023 at Bt2.6-2.7bn, well below its target of Bt9bn, but it hopes for a big jump to Bt6bn in 2024.

Hit by the persistent debt measure. In FY2024, we expect KTC’s NIM to be hit by the BoT’s move to tackle persistent debt (PD, debt on which interest paid over 5 years has exceeded the principal) for low-income debtors (monthly income of not over Bt10,000 for non-banks and Bt20,000 for banks and their subsidiaries). Effective from April 2024, debtors with persistent debt will be given the option of converting their loans into term loans at a reduced interest rate not exceeding 15% (vs. the 25% ceiling rate) to allow them to complete repayment in five years. If all eligible customers opt into the PD measure, KTC estimates this will slice ~Bt18mn/month off interest income. As debtors that opt into the PD measures will be flagged to the Credit Bureau, some eligible customers may not take advantage of the measure. Pressured by the PD measure and rising cost of funds, we expect NIM to fall 21 bps in 2024F (vs. -11 bps in 2023F).

Asset quality at risk from a step up in credit card minimum payment. We expect credit cost to go up in 2024 and 2025 after credit card minimum payment rate goes up from 5% in 2023 to 8% in 2024 and 10% in 2025. Its unusually low credit cost in 2020-2023 may be due to the debt relief measures, a temporary cut in the minimum credit card payment rate and a tighter credit policy for personal loans. We expect credit cost to rise from 5.5% in 2023F (+43 bps QoQ in 4Q23F) to 5.75% in 2024F and 6% in 2025F.

Earnings outlook. We expect 4Q23F earnings to slip 1% QoQ (better topline offsetting higher ECL and opex) but rise 8% YoY (better topline). We expect a modest 5% earnings growth in 2024 on the back of 10% loan growth, narrowed NIM and rising credit cost.

Maintain Underperform. We maintain Underperform with an unchanged TP of Bt44 (2.8x PBV for 2024F) as we see its valuation as rich.

Key risks: 1) Asset quality risk from a step up in credit card minimum payment from 5% to 8% in 2024 and 10% in 2025 and an uneven economic recovery, 2) NIM risk from further policy rate hikes and 3) the BoT’s household debt measures.

 
Click here to read and/or download file KTC231207_E

หัวข้ออื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
กลับด้านบน