ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

สวัสดีตอนเช้า - 20 ก.พ. 2567  แกว่งในกรอบ รอเลือกทาง

blog_list_heading
20 ก.พ. 2567;
85
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

แกว่งในกรอบ รอเลือกทาง

SET ยังแกว่งในกรอบระหว่าง 1380-1400 จุด ซึ่งในทางเทคนิค รอการ breakout ทางกรอบใดกรอบหนึ่ง จะมีทิศทางที่ชัดขึ้น โดยหากขึ้นทะลุ 1400 จุด จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อในระยะสั้น โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1410 จุด ส่วนกรณีหลุดต่ำกว่า 1380 จุด จะเป็นสัญญาณลบต่อการเปิดด้าน downside โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1370 จุด

ประเด็นสำคัญ 
• สศช. ปรับลด GDP ปี 2567 จาก 3.2% เหลือ 2.7% รับความไม่แน่นอน ศก. โลก ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ส่วน GDP ปี 2566 โต 1.9% แนะนำใช้มาตรการการเงินพยุง ศก. หลังมาตรการการคลังใช้หมดแล้ว แต่หนี้ครัวเรือนสูง SMEs มีสัญญาณหนี้เสีย
• ธปท. เตรียมหารือข้อเสนอสภาพัฒน์ให้ทบทวนจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำจาก 8% เหลือ 5%
• นายกฯ กังวล ศก. โตต่ำ ไร้เม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบ ระบุรัฐบาลยังใช้งบไม่ได้ แนะนำลด ดบ. 0.25% ขณะที่ตั้งเป้าดิจิทัลวอลเล็ตเกิดขึ้นภายใน พ.ค.
• ม.หอการค้าไทย คาดปี 2567 การส่งออกไทยจะกลับมาขยายตัวมากกว่าปี 66 โดยคาดการส่งออกไทยจะขยายตัว 2%-3% มูลค่าราว 2.90 - 2.93 แสนล้านเหรียญ
• ธนาคารกลางเยอรมนีระบุ ศก. มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว จากอุปสงค์ภายนอก ปท. อ่อนแอ ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย และการลงทุนใน ปท. ถูกจำกัดจาก ดบ. เงินกู้ในระดับสูง
• ทางการจีนระบุการท่องเที่ยวใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนสูงกว่าช่วงก่อนวิกฤติโควิดในปี 2562 แล้ว ขณะที่ PBOC อัดฉีดสภาพคล่องรอบใหม่ 5 แสนล้านหยวน แต่ยังไม่ลด ดบ. เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินหยวน
• รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมจะลงทุน 743 ล้านเหรียญ ในช่วง 5 ปีข้างหน้าเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และตั้งฮับ AI ระดับโลก
          กลยุทธ์การลงทุน

          ช่วงสั้นตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ เนื่องจากไร้ปัจจัยหนุนใหม่ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างรอดูผลประกอบการ 4Q66 ของ บจ. ไทยที่จะทยอยออกมาซึ่งคาดยังมีแนวโน้มอ่อนแอ นอกจากนั้นตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่กำลังจะทยอยออกมามองตลาดรับรู้ไปแล้วในระดับหนึ่ง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

          ล็อคเป้าลงทุน

          Weekly Portfolio : ช่วงสั้น SET แกว่งตัวในกรอบแคบ หลังไร้ปัจจัยหนุนใหม่และอยู่ระหว่างรอดูผลประกอบการ 4Q66 ของ บจ.ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงคงเน้น “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก ดังนี้
          1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาในไทยฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองมากนัก เลือก AOT MINT
          2) หุ้นปันผลคุณภาพดีที่คาดประกาศจ่ายเงินปันผลในสัปดาห์นี้ (XD ในช่วง มี.ค.–พ.ค. นี้) โดยคาดให้ Div. Yield ปี 66 (หลังหักจ่ายระหว่างกาลแล้ว) เกิน 5% เลือก AP BCP KTB
          3) นักลงทุนระยะยาวแนะนำลงทุนสะสมแบบ DCA เนื่องจากมองเป็นจังหวะที่ดีที่สุด หลัง SET ปรับลงแรงจนความเสี่ยงลดลงไปมาก และราคาหุ้นอยู่ในระดับ Undervalue มาก โดยเลือก BBL BDMS BEM CPALL PTT และ SCC ซึ่งเป็นหุ้น SET100 ซึ่งเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม และมี ESG Ratings ระดับ AAA/AA, Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี และผลการดำเนินงานยังแข็งแกร่ง
          ระยะสั้นแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดผลประกอบการ 4Q66 อาจอ่อนแอกว่าตลาดคาด ได้แก่ BJC HMPRO ZEN CPF BTG AU AWC SIRI

          Daily Top picks
          BEM หุ้นปลอดภัยยามตลาดผันผวน และ 4Q66 คาดกำไรสุทธิ 796 ลบ. โต 32%YoY จากปริมาณรถใช้ทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ที่เพิ่มขึ้น คาดปี 2566 กำไร 3.4 พันลบ. โต 40%YoY และคาดโตอีก 27%YoY ในปี 2567 ตามปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT เพิ่มต่อเนื่อง
          TNP 4Q66 กำไรสุทธิดีเกินคาด โต 42%QoQ และ 14%YoY ยอดขายที่เติบโตและคุม คชจ. ได้ดี แนวโน้มกำไร 1Q67 ยังสดใส YoY มองเป็นหุ้นที่ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้น ศก. จะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นและ Upside Risk ต่อประมาณการในระยะถัดไป แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรวันนี้ไม่เกิน 3.20 บ.
          บทวิเคราะห์วันนี้

          BTS – ยังคงมองหาจุดต่ำสุด
          DIF – 4Q66: กำไรปกติเป็นไปตามคาด
          PSH – 4Q66: กำไรลดลงแรง
          Stock Note – TNP

           

           
          ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก  Daily240220_T
          Range-bound, waiting for decision
          Market today

          The SET is expected to continue moving in a bound between 1380-1400. Technically, the index is waiting for a breakout either way, which will give clearer direction. Moving above 1400 would be a positive sign in the short term, with the next resistance at 1410. On the flip side, a fall below 1380 would be a negative sign, opening up downside, with the next support at 1370.

          Today’s highlights

          • The NESDC has revised Thailand's 2024 GDP growth forecast to 2.7% from 3.2%, citing global uncertainties and domestic political conflicts. 2023 GDP growth was 1.9%. The NESDC recommends using monetary measures to support the economy as fiscal measures have been exhausted, especially as household debt remains high and SMEs show signs of financial strain.
          • The BoT is preparing to negotiate a proposal to lower the minimum credit card payment from 8% to 5%.
          • The PM expressed concerns about low GDP growth and the lack of new money entering the system, saying the government has not been able to utilize its budget fully. He suggested a 25bps interest rate cut and aims to implement the digital wallet in May.
          • The Thai Chamber of Commerce expects Thai exports to expand more in 2024 than in 2023, forecasting 2-3% growth with an estimated value of Bt290-293bn.
          • The Bundesbank says Germany is showing signs of regression due to external uncertainties, weak public investment, cautious consumer spending, and restricted public investment due to high levels of debt.
          • Chinese tourists spent more during the Chinese New Year holidays this year than they did before the COVID-19 crisis in 2019. In China, the PBOC injected 500bn yuan to enhance liquidity but has not reduced interest rates to maintain yuan stability.
          • The Singaporean government plans to invest S$743mn over the next five years to develop the efficiency of artificial intelligence (AI) technology and establish a world-class AI hub.

          Strategy today 

          In the short term the SET is expected to still be range-bound with no new catalyst, either domestic or external. Investors are waiting for the gradual release of 4Q23 earnings, which are expected to be weak, and US economic figures, also coming out gradually but already in the market to some extent. The strategy is “Selective Buy”.

          Trading today

          Weekly portfolio: In the short term the SET is expected to be range-bound, lacking a new catalyst and awaiting 4Q23 earnings results. We recommend “Selective Buy” in three main themes:
                    1) Stocks that benefit from the steady recovery of tourism with more foreign tourists, but this is not yet reflected in stock prices – AOT and MINT.
                    2) Short-term investors (3-4 months) who want to invest in high-quality dividend stocks during dividend season, for stocks going XD between Mar–May 2024, with expected yield on 2023 (after deducting interim dividend) of over 5% - AP, BCP and KTB.
                    3) Long-term investors are recommended to invest via DCA accumulation as now would be good timing since the SET has fallen significantly, risk is low and stocks are undervalued – BBL, BDMS, BEM, CPALL, PTT and SCC, all of which are in SET100 and are leaders in their industries with ESG ratings of AAA and AA, valuation lower than 10-year historical average and strong operating results.
          For the short term we recommend being cautious on stocks whose 4Q23 results may be weaker than expected – BJC, HMPRO, GLOBAL, ZEN, AU, CPF, BTG, AWC and SIRI. 

          Daily top picks

          BEM: Considered a safe stock in a volatile market. 4Q23 net profit is estimated at Bt796mn, growing 32%YoY on increased expressway and MRT traffic, which will bring 2023 profit to Bt3.4bn, up 40%. Profit is expected to grow another 27% in 2024 in tandem with growing traffic and passenger volumes.
          TNP: 4Q23 net profit beat estimates, expanding 42%QoQ and 14%YoY, backed by higher sales and good expense control. YoY net profit growth is expected to continue in 1Q24. This company will benefit from government stimulus, and this will be a catalyst for price and upside for earnings forecasts. We recommend buy for trading at no higher than Bt3.20/share.

          Today’s reports

          BTS – Still searching for bottom
          DIF – 4Q23: Core profit in line
          PSH – 4Q23: Plunge on low margin

           
          Click here to read and/or download file  Daily240220_E

          กลับด้านบน