ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา
  10. กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

ตราสารหนี้คืออะไร อยากเริ่มต้นลงทุนต้องรู้อะไรบ้าง?

blog_list_heading
02 ส.ค. 2566;
27061
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

    ใครที่กำลังอยากลงทุนในตราสารหนี้ต้องอ่าน! สรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นลงทุนฉบับมือใหม่ มาดูกันว่าตราสารหนี้คืออะไร มีวิธีซื้อขายอย่างไรบ้าง

ตราสารหนี้คืออะไร ต้องรู้อะไรก่อนลงทุน

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้ จะลงทุนทั้งที ก็ต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อน ซึ่งหนึ่งในวิธีลงทุนที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรได้ ก็คือวิธีกระจายความเสี่ยงไปหลาย ๆ สินทรัพย์ โดยในวันนี้เราจะชวนนักลงทุนมือใหม่มารู้จักกับ "ตราสารหนี้" สินทรัพย์ที่ได้ชื่อว่ามีความเสี่ยงน้อย และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ มาดูกันว่าตราสารหนี้คืออะไร และหากอยากจะลงทุนในตราสารหนี้ ต้องเริ่มอย่างไรบ้าง

ตราสารหนี้คืออะไร?

ตราสารหนี้ (Bond Market) คือ สินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ผู้ลงทุนจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และผู้ออกตราสารหนี้ จะมีสถานะเป็นลูกหนี้ ซึ่งผู้ออกตราสารหนี้นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก คือ "รัฐบาล" และ "บริษัท" หากเป็นตราสารหนี้ที่ทางรัฐออก จะเรียกว่า "พันธบัตรรัฐบาล" และหากเป็นตราสารหนี้ที่ทางบริษัทออกจะเรียกว่า "ตราสารหนี้เอกชน" หรือ "หุ้นกู้เอกชน"

ตัวอย่างพันธบัตรรัฐบาล

○ พันธบัตรออมทรัพย์

○ พันธบัตรรัฐบาลแบบดอกเบี้ยคงที่

○ พันธบัตรรัฐบาลแบบชดเชยเงินเฟ้อ

ตัวอย่างตราสารหนี้เอกชน

○ ตั๋วแลกเงิน

○ หุ้นกู้

○ ตั๋วสัญญาใช้เงิน

ตราสารหนี้ระยะสั้น ระยะกลาง และตราสารหนี้ระยะยาว ต่างกันอย่างไร?

นอกจากคำถามที่ว่าตราสารหนี้คืออะไร เชื่อว่าอีกหนึ่งเรื่องที่นักลงทุนมือใหม่น่าจะเคยได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ ก็คือเรื่องการแบ่งอายุของตราสารหนี้ ที่มีตั้งแต่ระยะสั้นไปจนถึงระยะยาว เรามาดูกันว่าตราสารหนี้ระยะสั้น ระยะกลาง และตราสารหนี้ระยะยาว คืออะไร แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ตราสารหนี้ระยะสั้น

ตราสารหนี้ระยะสั้น คือ ตราสารหนี้ที่มีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี ซึ่งเนื่องจากเป็นตราสารหนี้ที่ใช้ระยะเวลาสั้นในการลงทุน ผลตอบแทนจึงต่ำกว่าตราสารหนี้อื่น ๆ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต่ำตามไปด้วย

ตราสารหนี้ระยะกลาง

ตราสารหนี้ระยะกลาง คือ ตราสารหนี้ที่มีอายุ 2-10 ปี ถือเป็นตราสารหนี้ที่ตอบโจทย์กับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความเสี่ยงต่ำกว่าตราสารหนี้ระยะยาว และมาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น

ตราสารหนี้ระยะยาว

ตราสารหนี้ระยะยาว คือ ตราสารหนี้ที่มีอายุ 10-30 ปี เป็นตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาในการถือครองนาน ทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และยังเป็นรูปแบบของตราสารหนี้ที่ช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ลงทุนจะต้องถือครองไปจนกว่าจะครบกำหนด แต่ข้อควรระวังก็คือ ระยะเวลาในการถือครองที่นานนั้นอาจทำให้ผู้ลงทุนต้องเจอกับความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ได้เช่นกัน

การซื้อขายตราสารหนี้

ซื้อขายในตลาดแรก (Primary Market)

การซื้อขายในตลาดแรก คือ การลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกขายเป็นครั้งแรก โดยผู้ออกตราสารหนี้จะเสนอขายตราสารหนี้ให้กับนักลงทุนโดยตรง หากนักลงทุนสนใจซื้อ ก็จะต้องทำการจองซื้อกับสถาบันการเงิน หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย และต้องทำการชำระเงินก่อนที่การเสนอขายจะสิ้นสุดลง

ซื้อขายในตลาดรอง (Secondary Market) หรือ Over the Counter (OTC)

การซื้อขายในตลาดรอง คือ การซื้อขายแลกเปลี่ยนตราสารหนี้ระหว่างนักลงทุนด้วยกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อกับสถาบันการเงิน หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่ดูแล เพื่อแจ้งความต้องการ และเริ่มทำการซื้อขาย

ซึ่งจุดเด่นของการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรองก็คือ เป็นช่องทางที่มีสภาพคล่องสูง และง่ายต่อการซื้อขาย เพราะมีนักลงทุนจำนวนมากที่ต้องการขายตราสารหนี้ และมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่พลาดการจองซื้อตราสารหนี้จากตลาดแรก หรือต้องการลงทุนในตราสารหนี้อื่น ๆ

เพิ่มเติม การซื้อขายในตลาดรองจึงเป็นโอกาสที่ดี ที่นักลงทุนจะได้มาซื้อขายเปลี่ยนมือกัน

ตราสารหนี้ระยะสั้น ระยะยาว คืออะไร

เลือกตราสารหนี้อย่างไรให้น่าลงทุน

ถึงแม้ว่าตราสารหนี้จะได้ชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนง่ายและมีความเสี่ยงต่ำ แต่การเลือกตราสารหนี้ที่ดี ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร ทำให้เราได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับมือใหม่ที่สนใจการลงทุนในตราสารหนี้

ขอแนะนำว่าให้เลือกจาก “อันดับความน่าเชื่อถือ” ซึ่งเป็นการจัดอันดับโดยสถาบันที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย (กลต.) ซึ่งปัจจุบันนี้ในประเทศไทยจะมีสถาบันจัดอันดับที่ผ่านการรับรองอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด

โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ดังต่อไปนี้

กลุ่ม Investment Grade (กลุ่มระดับลงทุน)

คือ กลุ่มตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งกลุ่มที่น่าเชื่อถือที่สุดจะอยู่ในระดับ AAA หมายถึง เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดที่จะผิดนัดหนี้ หรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ไล่ลงไปจนถึงระดับ BBB- หมายถึง เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะชำระหนี้ได้ในระดับปานกลาง

กลุ่ม Non-Investment Grade (กลุ่มต่ำกว่าระดับลงทุน)

คือ กลุ่มตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำลงมา มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่ก็มาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูง ดังนั้นกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่เหมาะกับการลงทุนโดยเฉพาะ และนักลงทุนจะต้องมีการศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ

กลุ่ม Unrated Bond (ไม่มีการจัดอันดับเครดิต)

คือ กลุ่มตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการพิจารณาในการจัดอันดับ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด แต่ก็มีผลตอบแทนที่สูงมากเช่นเดียวกัน ซึ่งตราสารหนี้ในกลุ่มนี้จะเสนอขายให้กับนักลงทุนที่เป็นสถาบัน หรือบุคคลที่มีสินทรัพย์มากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น

และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องของตราสารหนี้ ที่อาจช่วยให้นักลงทุนมือใหม่ได้ทำความเข้าใจและมองเห็นโอกาสคว้ากำไรจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้กันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ก่อนที่จะลงทุนในตราสารหนี้

นักลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนที่จะได้รับ พร้อมศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ และเมื่อตัดสินใจลงทุนแล้ว ก็ต้องหมั่นติดตามผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการพอร์ตลงทุน และกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งสำหรับใครที่พร้อมแล้ว ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนอย่างมั่นใจไปกับ InnovestX แพลตฟอร์มการลงทุนที่คัดสรรตราสารหนี้ที่มีคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ ให้คุณลงทุนได้อย่างสะดวกสบายเพียงปลายนิ้ว มีทั้งหุ้นกู้และพันธบัตรต่างประเทศที่พร้อมให้คุณลงทุน เปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศบนแอปพลิเคชัน InnovestX ได้แล้ววันนี้ ฟรี! ค่าใช้จ่าย พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย ให้คุณเริ่มลงทุนหุ้นต่างประเทศกับบริษัทชั้นนำทั่วโลก พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สมัครเลย

คำเตือน

* การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

หัวข้ออื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
กลับด้านบน