วงเงินลดหย่อนภาษีจากกองทุนลดหย่อนภาษีในปี 2569 มีทั้งหมด 850,000 บาท ประกอบด้วย
1. RMF : RMF + PVD + กบข. + ประกันชีวิตแบบบำนาญ + กองทุนสงเคราะห์ครู ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินพึงประเมิน หรือไม่เกิน 500,000 บาท
2.ThaiESG / ThaiESGX : ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือไม่เกิน 300,000 บาท โดยไม่ต้องนำรวมลดหย่อนกับกลุ่มเกษียณอื่นๆ
3.ThaiESGX : ThaiESGX (ชนิดสับเปลี่ยนจาก LTF) ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000 บาท โดยไม่ต้องนำรวมลดหย่อนกับกลุ่มเกษียณอื่นๆ โดยปี 2568 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 300,000 บาท และส่วนที่เหลือแต่ไม่เกิน 200,000 บาท ให้ใช้สิทธิลดหย่อนในปี (2569-2572) โดยวิธีเฉลี่ยต่อปีเป็นเวลา 4 ปี สูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท ทั้งนี้ต้องสับเปลี่ยนให้ครบทั้งหมดภายใน 13 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568
- กรณีที่ท่านต้องการขายกองทุนลดหย่อนภาษีผิดเงื่อนไข (ก่อนกำหนด) ท่านสามารถตรวจสอบเงื่อนไขได้ที่กรมสรรพากร ผ่านเว็บไซต์ https://www.rd.go.th/36195.html หรือ โทร 1161 ในวันและเวลาทำการ 8:30 - 18:00 น.
ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ลงทุน และจำนวนเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์ในการลงทุนและระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้ โดยควรรู้เงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF
สรุปเงื่อนไขกองทุนลดหย่อนภาษี RMF
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ค่าลดหย่อนเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท
2.ลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี โดยไม่มีกำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองไม่น้อยกว่าน้อย 5 ปี และขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
ข้อควรรู้และสรุปเงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG/ThaiESGX
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี 300,000 บาท (วงเงินลดหย่อนภาษีของกองทุน ThaiESG กับ ThaiESGX คิดรวมอยู่ในวงเงินเดียวกัน)
2.ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และไม่กำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีโดยนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน)












