วงเงินลดหย่อนภาษีจากกองทุนลดหย่อนภาษีในปี 2568 มีทั้งหมด 1,400,000 บาท ประกอบด้วย
1. เงินลงทุนใหม่ (สำหรับปี 2568) แบ่งเป็น
1.1 RMF ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือสูงสุด 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนลดหย่อนการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ (การออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน RMF Thai ESG กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
1.2 ThaiESG ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือ 300,000 บาท
1.3 ThaiESGX ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือ 300,000 บาท (เปิดขายแค่ช่วง 2 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568 เท่านั้น)
2. เงินลงทุนจากการสับเปลี่ยน LTF มายัง ThaiESGX โดยผู้ลงทุนต้องสับเปลี่ยนกองทุน LTF ทุกกองของทุก บลจ. ที่ถือครอง ณ 11 มี.ค. 2568 ไปยัง ThaiESGX ที่เปิดให้สับเปลี่ยนในช่วง 2 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568 โดยมูลค่าลดหย่อนสูงสุด 500,000 บาท แบ่งเป็นปี 2568 สูงสุด 300,000 บาท และปี 2569-2572 สูงสุดปีละ 50,000 บาท
- กรณีที่ท่านต้องการขายกองทุนลดหย่อนภาษีผิดเงื่อนไข (ก่อนกำหนด) ท่านสามารถตรวจสอบเงื่อนไขได้ที่กรมสรรพากร ผ่านเว็บไซต์ https://www.rd.go.th/36195.html หรือ โทร 1161 ในวันและเวลาทำการ 8:30 - 18:00 น.
ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ลงทุน และจำนวนเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์ในการลงทุนและระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้ โดยควรรู้เงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF
สรุปเงื่อนไขกองทุนลดหย่อนภาษี RMF
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ค่าลดหย่อนเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน RMF Thai ESG กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท
2.ลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี โดยไม่มีกำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองไม่น้อยกว่าน้อย 5 ปี และขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
ข้อควรรู้และสรุปเงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
2.ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และไม่กำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีโดยนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน)












