ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. DR (Depositary Receipt) ลงทุนหุ้นนอก เหมือนซื้อหุ้นไทย
  3. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  4. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  5. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  6. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  7. ตราสารอนุพันธ์ไทย มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  8. ตราสารอนุพันธ์ต่างประเทศ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  9. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  10. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  11. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา
  12. กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

FAQs

คำถามพบบ่อย
ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตราสารหนี้ต่างประเทศมีอะไรบ้าง
วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด
วงเงินลดหย่อนภาษีจากกองทุนลดหย่อนภาษีในปี 2568 มีทั้งหมด 1,400,000 บาท ประกอบด้วย
1. เงินลงทุนใหม่ 1,100,000 บาท
1.1 RMF ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือ 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนลดหย่อนการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ (การออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน RMF Thai ESG กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
1.2 ThaiESG ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปี หรือ 300,000 บาท (เฉพาะหน่วยลงทุนที่ลงทุนในปี 2567-2569)
1.3 ThaiESGX ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปี หรือ 300,000 บาท
2. เงินลงทุนจากการสับเปลี่ยน LTF มายัง ThaiESGX โดยผู้ลงทุนต้องสับเปลี่ยนกองทุน LTF ทุกกองของทุก บลจ. ที่ถือครอง ณ 11 มี.ค. 2568 ไปยัง ThaiESGX ที่เปิดให้สับเปลี่ยนในช่วง 2 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568 โดยมูลค่าลดหย่อนสูงสุด 500,000 บาท แบ่งเป็นปี 2568 สูงสุด 300,000 บาท และปี 2569-2572 สูงสุดปีละ 50,000 บาท
ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีอะไรดี ควรซื้อกองทุน RMF และ ThaiESG ทั้ง 2 ประเภทเลยไหม?
การลงทุนกองทุนทางภาษีจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ลงทุน และจำนวนเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรพิจารณาวัตถุประสงค์ในการลงทุนและระยะเวลาที่สามารถลงทุนได้ โดยข้อควรรู้และสรุปเงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF

สรุปเงื่อนไขกองทุนลดหย่อนภาษี RMF
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ค่าลดหย่อนเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน RMF Thai ESG กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท
2.ลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี โดยไม่มีกำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองไม่น้อยกว่าน้อย 5 ปี และขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
 
ข้อควรรู้และสรุปเงื่อนไขการลงทุนก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ThaiESG
1.ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี แต่ไม่เกิน 300,000 บาท (เฉพาะหน่วยลงทุนที่ลงทุนในปี 2567-2569)
2.ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และไม่กำหนดจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ
3.ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีโดยนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับแบบวันชนวัน)
ช่องทางการลดหย่อนภาษีนอกเหนือจากกองทุนมีช่องทางไหนอีกบ้าง
-
กองทุนใดบ้างที่สามารถลดหย่อนภาษีได้
กองทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ เช่น RMF, Thai ESG, Thai ESGX, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข. หรือกองทุนกลุ่มประกันชีวิตแบบบำนาญ
โดยแต่ละกองทุนมีเงื่อนไขการลดหย่อนทางภาษีที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./กสจ. - ลดหย่อนได้ 15% ของเงินเดือน (กบข. ได้สูงสุด 30%) รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) - ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ รวมกับกองทุนกลุ่มสำรองเลี้ยงชีพข้างต้นไม่เกิน 500,000 บาท
3. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) - ลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท รวมกับกองทุนข้างต้นไม่เกิน 500,000 บาท
4. กองทุน Thai ESG - ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ หรือสูงสุด 300,000 บาท (เฉพาะหน่วยลงทุนที่ลงทุนในปี 2567-2569)
5. กองทุน Thai ESGX - ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ หรือสูงสุด 300,000 บาท หากมาจากการสับเปลี่ยน LTF สามารถลดหย่อนเพิ่มได้:
5.1 ปี 2568: ตามมูลค่าที่สับเปลี่ยน ไม่เกิน 300,000 บาท
5.2 ปี 2569-2571: ส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (ปีละ 50,000 บาท)
ช่องทางการยื่นภาษี 2569
1. การยื่นภาษีแบบกระดาษ ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569
และหากต้องชำระภาษีเพิ่มเติม สามารถขอผ่อนผันเพื่อยื่นล่าช้าได้ แต่ไม่เกินวันที่ 8 เมษายน 2569

2. การยื่นภาษีออนไลน์ที่ www.rd.go.th หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 8 เมษายน 2569
ใครต้องเสียภาษี และต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงจะเสียภาษี?
สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้
1. เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้ในปีภาษีมากกว่า 150,000 บาท จากแหล่งต่างๆ เช่น
- เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และเงินประกันสังคม
- รายได้จากธุรกิจหรืออาชีพอิสระ
- ดอกเบี้ย เงินปันผล รายได้จากค่าเช่า
- รายได้จากการขายทรัพย์สิน
- รายได้อื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนด
2. บุคคลธรรมดาต่างด้าวหรือคนไทยที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ที่มีรายได้จากแหล่งที่มาในประเทศไทย ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ซื้อกองทุุนภาษีใช้บัตรเครดิดได้มั้ย และสามารถใช้บัตรเครดิตของธนาคารใดได้บ้าง
ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก คลิก 
ซื้อกองทุนทางภาษีแล้ว ต้องทำอย่างไร เพื่อให้ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
ผู้ลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับ บลจ. โดยตรงภายในสิ้นปี มิเช่นนั้นหากแจ้งความประสงค์หลังจากนี้ จะทำให้ได้รับการคืนภาษีล่าช้า ซึ่งครอบคลุมทั้งกองทุน RMF และ ThaiESG และแจ้งเพียงครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป

📌 รวมเว็บไซต์สำหรับแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับ บลจ.
1. ABERDEEN https://responses.abrdn.com/tax-deduction-th
2. ASSETFUND https://www.assetfund.co.th/portal/tax-consent
3. BBLAM https://mutualfunddocument.bblam.co.th/
4. DAOL https://onepeace.daolsecurities.co.th/otp-gateway/home...
5. KASSET https://k-invest.kasikornbankgroup.com/TaxConsent/
6. KKPAM https://kkpamonline.kkpfg.com/guest-nouhd
7. KSAM https://www.krungsriassetonline.com/TaxRequest/?Lang=T
8. KTAM https://www.ktam.co.th/tax-request.aspx
9. KWIAM https://ekyc.kwiam.com/
10. LHFUND https://online.lhfund.co.th/#/consentrmf
11. MFC https://smarttrade.mfcfund.com/ConsentsRD/consents/TH
12. ONEAM https://www.one-asset.com/client-report/AITE
13. PAMC อยู่ระหว่างปรับปรุงเว็บไซต์ โดยผู้ลงทุนสามารถแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิลดหย่อนได้ผ่านทางอีเมล [email protected]
14. PRINCIPAL https://easyinvest.principal.th/click/OnlineConsentTax.aspx
15. SCBAM https://e-service.scbam.com/tax-request
16. TALISAM https://www.talisam.co.th/mutual-fund/#fund-info
17. EASTSPRING https://order.eastspring.co.th/.../request-consent/index.jsp
18. UOBAM https://www.uobam.co.th/th/Certificate/TaxConsent
19. XSpringAM https://www.xspringam.com/.../request-for-income-tax...
Thai ESGX คืออะไร ต่างจาก Thai ESG อย่างไร?
ThaiESGX คือ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ”— ลงทุนในหุ้น/กิจการที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน ≥ 65% ของทรัพย์สินสุทธิ (NAV) และลงทุนหุ้นไทยอย่างน้อย 80% ของ NAV 
ในขณะที่ Thai ESG เดิมอาจมีเงื่อนไขยืดหยุ่นกว่าในสัดส่วนหุ้นยั่งยืนและไม่เฉพาะแบบ ThaiESGX
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก: https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/investsnack/easyfinance/tax-fund-insight/faq-of-thai-esgx
กรณี ผิดเงื่อนไขการลงทุน ซื้อเกินสิทธิหรือขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนด จะเป็นอย่างไร และต้องชำระค่าอะไรบ้าง
สำหรับเงินที่ซื้อเกินสิทธิ
- กรณีซื้อเกินสิทธิ เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนส่วนที่ซื้อเป็นเกินสิทธิจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
- กำไรส่วนเกินทุน (Capital Gain) ที่ได้รับจากการขายหน่วยลงทุนเฉพาะส่วนที่เป็นเกินสิทธิจะถือเป็นรายได้ปีที่ขายคืนซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณภาษีด้วย

สำหรับเงินส่วนที่ลงทุนแล้วขายคืนหน่วยลงทุนก่อนกำหนด
- ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นมา
- กำไรที่ได้จากการขายคืนที่ผิดเงื่อนไข ถือเป็นรายได้ในปีที่ขายคืนซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณภาษีด้วย
- จ่ายเงินค่าปรับให้กับรัฐเพิ่มเติม

ศึกษารายละเอียดการผิดเงื่อนไขและการชำระคืนภาษีเพิ่มเติมของกองทุนลดหย่อนภาษีได้จากกรมสรรพากร
สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการโอน LTF ไป Thai ESGX เป็นอย่างไร?
สำหรับเงิน LTF เดิม: ได้สิทธิ์ลดหย่อนรวม 5 ปี สูงสุด 500,000 บาท
โดยในปี 2568 ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท แล้วปี 2569–2572 ลดหย่อนได้เฉลี่ยปีละเท่าๆ กัน
โดยสูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท 

สำหรับเงินลงทุนใหม่ใน Thai ESGX ปี 2568: สามารถลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุดถึง 300,000 บาท (แยกต่างหาก ไม่รวมกับ Thai ESG เดิม) 
การขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) ของกองทุนลดหย่อนภาษี RMF, ThaiESG ที่มีการจ่ายปันผล ต้องทำอย่างไร?
เนื่องจาก InnovestX เป็นผู้จำหน่ายกองทุนมากกว่า 19 บลจ.
เพื่อความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร ท่านสามารถติดต่อ บลจ ที่จัดสรรกองทุนของท่านโดยตรง เพื่อขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50)
รวมช่องทางการติดต่อ 19 บลจ คลิก
หนังสือรับรองการลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษี SSF, RMF, LTF, ThaiESG สามารถขอได้ที่ไหน
หนังสือรับรองการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้กับท่านทางไปรษณีย์ หรือตามอีเมลที่ท่านแจ้งไว้ตอนเปิดบัญชีลงทุนกับ InnovestX
กรณีที่ท่านไม่ได้รับเอกสาร ท่านสามารถขอเอกสารกับ บลจ. ได้โดยดำเนินการดังนี้
1. ตรวจสอบเลขที่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Unitholder ID) ผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX (วิธีการตามด้านล่าง)

2. แจ้ง บลจ. เพื่อขอหนังสือรับรองการลงทุน โดยใช้ข้อมูลผู้ถือหน่วยลงทุน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และเลขที่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Unitholder ID) ช่องทางการติดต่อ บลจ. (คลิก)

 

วิธีการตรวจสอบเลขที่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Unitholder ID)
1. ดูได้จากเอกสารที่ได้รับตอนซื้อกอง โดยท่านสามารถค้นหาคำว่า "กองทุน" จากอีเมลของท่านได้
2. สอบถามกับผู้ดูแลบัญชี
ช่องทางการยื่นภาษี และช่องทางการยื่นขอลดหย่อนภาษี

1. การยื่นภาษีแบบกระดาษ ณ สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569

และหากต้องชำระภาษีเพิ่มเติม สามารถขอผ่อนผันเพื่อยื่นล่าช้าได้ แต่ไม่เกินวันที่ 8 เมษายน 2569

 

2. การยื่นภาษีออนไลน์ที่ www.rd.go.th หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax สามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 8 เมษายน 2569

ทำไมคำสั่ง Limit Order ที่ตั้งไว้ จึงไม่แสดงบนกระดาน?
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการถือครองใบอนุญาตดังกล่าว ทำให้คำสั่งซื้อขายจะไม่ได้ถูกจับคู่บนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม คำสั่งซื้อขาย จะยังคงอยู่ในระบบรายการคำสั่งตามปกติเพื่อรอการจับคู่ซื้อขายที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่บริษัทฯ มีการเชื่อมต่อ (Coinbase และ Bitkub)
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อลูกค้าอย่างไร ยังสามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลกับ InnovestX ได้หรือไม่?
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อบริการการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ลูกค้ายังสามารถซื้อขาย สินทรัพย์ดิจิทัล ได้ตามปกติ ในทุกช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชัน InnovestX และ บนเว็บไซต์ Trade.InnovestX.co.th
การดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ InnovestX จะได้รับผลกระทบหรือไม่?
การเปลี่ยนแปลงการถือครองใบอนุญาตดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ แต่อย่างใด บริษัทฯ ยังคงให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลตามปกติ และต่อเนื่องผ่านการเชื่อมต่อกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ เช่น Coinbase และ Bitkub เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย โดยลูกค้ายังคงเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลาย และมีสภาพคล่องในการซื้อขาย เพื่อให้นักลงทุนได้รับประสบการณ์การลงทุนที่ต่อเนื่องและราบรื่น รวมถึงมีแนวทางการกำกับดูแลที่เหมาะสม
ทำไม InnovestX ถึงมีการเปลี่ยนแปลงการถือครองใบอนุญาต
เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับนโยบายในการดำเนินธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งการถือครองเฉพาะใบอนุญาตประเภทนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) นั้นไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ และยังสามารถตอบโจทย์การให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ผู้ลงทุนของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิม
รหัสผ่านในขั้นตอนการแสกนหน้า หรือลายนิ้วมือ (Biometrics) บนแอป Streaming คืออะไร

รหัสผ่านที่ใช้เพื่อเปิดการแสกนหน้าหรือลายนิ้วมือบนแอป Streaming คือ รหัสที่ท่านใช้เพื่อเข้าใช้งานแอป Streaming หากท่านจำไม่ได้สามารถกด Forgot Password และทำตามขั้นตอน

หมายเหตุ: ในการเปิดการแสกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ ท่านจะต้องเปิดการใช้งานความปลอดภัยบนโทรศัพท์มือถือของท่านก่อน จึงจะสามารถเปิดการใช้งานการแสกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือบนแอป Streaming ได้

Undefined

Still need help?

หากคุณยังมีข้อสงสัย คุยกับเราเลย
กลับด้านบน